ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีทำให้หน้าดูเด็ก อ่อนกว่าวัย อายุลดลง 30 ปี - BearHugBeauty  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 15, 2018, 06:43:17 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11893
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

วิธีทำให้หน้าเด็ก อ่อนกว่าวัย แบบเห็นผล
ตอนเราเป็นเด็ก ๆ เรามีผิวที่นุ่มลื่น น่าสัมผัส แต่เมื่อโตขึ้น ผิวของเราก็เปลี่ยนไป ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม และการดำเนินชิวิต หากเราเลือกใช้ชีวิต โดยใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ปัญหาผิวที่หยาบกร้าน ก็จะบรรเทาเบาบางลง ลองมาดูเทคนิคกันว่า เราจะสามารถรักษาให้ผิวหน้าของเรานุ่นนวลเหมือนผิวเด็กได้อย่างไรบ้าง

วิธีทำให้หน้าเด็ก เคล็ดลับผิวนุ่มชุ่มชื่น สบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน เพื่อผิวอ่อนกว่าวัย
การมีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าหน้าเด็ก เป็นสิ่งที่หลายคนอยากได้ บางคนหาครีมหรือเครื่องสำอางมาบำรุง หาอาหารเสริมมาทานเพื่อให้ใบหน้าของตนดูอ่อนกว่าวัย แต่จริงๆแล้วเคล็ดลับในการมีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยนั้นง่ายกว่าที่เราคิด ไม่ต้องพึ่งพาครีมบำรุงผิว หรืออาหารเสริมใดทั้งสิ้น

ไม่สามารถปฏิเสธได้ทั้งหมดว่าการบำรุงผิวหน้า มีส่วนในการช่วยในการทำให้ใบหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัยได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องบำรุงด้วยครีมราคาแพงเท่านั้น แค่ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นตามความเหมาะสม และที่สำคัญควรเหมาะสมกับสภาพผิวของเราจริงๆ ใครที่อยากที่สุขภาพผิวที่ดีการไปตรวจผิวหน้าสักครั้ง จะช่วยให้เราดูแลผิวของเราได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศแห้ง การให้ความชุ่นชื้นแก่ผิวจึงสำคัญมาก
สบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน น้ำผึ่งอ่อนละมุน ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด ปลอบประโลมผิวให้สดชื่น ด้วยสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ พร้อมถนอมบำรุงผิวให้นุ่มนวลด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำผึ้งบริสุทธิ์ 100% และวิตามิน อี

คุณสมบัติของ สบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน เพื่อผิวอ่อนกว่าวัย
1. กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส
2. ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากผิวได้อย่างล้ำลึก
3. บำรุงผิวให้นุ่มนวลด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำผึ้งบริสุทธิ์ และวิตามิน อี
4. ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
5. เติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ

ส่วนประกอบสำคัญ สบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน เพื่อผิวอ่อนกว่าวัย
1. น้ำผึ้งบริสุทธิ์ 100%
2. ดอกคาโมมายล์ (Camomile)
3. วิตามิน อี (Vitamin E)

ผิวอ่อนกว่าวัยด้วยนน้ำผึ้ง เคล็ดลับหน้าใส บำรุงผิวได้อย่างครบวงจร
ใน น้ำผึ้ง ประกอบด้วย น้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ ละอองเกสรดอกไม้ และฮอร์โมนเอสโตรเจน จำนวนเล็กน้อย น้ำผึ้ง ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้าทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้ง ยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้ง เป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติที่ให้ประโยชน์สูงและหาง่าย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ น้ำผึ้ง บำรุงผม ซึ่งจะช่วยบำรุงหนังศีรษะ และกระตุ้นการงอกของเส้นผม

คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง นั้นพบว่า ใน น้ำผึ้ง มีสารแอนติออกซิเดนท์ (Antioxidant) หรือสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับที่ีมีในผักใบเขียว และยังมีวิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ซึ่งทำให้ น้ำผึ้ง กลายเป็นยาวิเศษ อายุวัฒนะ และอุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิดที่เก็บไว้นานโดยไม่เสื่อมสลายง่าย

น้ำผึ้ง มีประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ จึงสามารถปกป้องผิว จากการถูกทำลายจากรังสียูวี ที่เป็นสาเหตุให้ผิว แก่ก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง ช่วยยืดอายุการชราของผิว คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว และช่วยฟื้นฟูผิว ปัจจุบัน น้ำผึ้ง จึงถูกนำมาใช้กันมาก ในอุตสหกรรมเพื่อความงาม เพราะ น้ำผึ้ง นั้นเป็นแหล่งขุมทรัพย์เพื่อผิวพรรณที่สวยงามอย่างแท้จริง สารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอาจทำให้ผิวคันได้ จึงมีการใช้ น้ำผึ้ง เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว จากแสงแดด โดยเฉพาะสบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน คุณค่าน้ำผึ้ง ดอกคาโมมายล์ และวิตามิน อี อ่อนโยนต่อผิว เคล็ดลับหน้าใสอ่อนกว่าวัย ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่อยากแก่เกินอายุจริง

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://bearhugbeauty.lnwshop.com/p/28

คาโมมายล์ ดอกไม้เพื่อผิวนุ่มชุ่มชื่น
ดอกคาโมมายล์มีสีขาว มีเกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์สำหรับผิวพรรณมักทำดอกคาโมมายล์มาเป็นส่วนผสม เพราะด้วยคุณสมบัติที่ดีกับผิวพรรณ หรือจะนำมาเป็นชาเพื่อดื่ม ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ช่วยลดการระคายเคือง อาการแพ้ ลดอาการบวม การอักเสบของปัญหาสิวและผิวพรรณ

1. ปกป้องผิวจากมลภาวะ เพิ่มความแข็งแรง เนียนนุ่ม ชุ่มชื่นให้กับเซลล์ผิว
2. ลดการระคายเคืองและการอักเสบของปัญหาสิวและผิวพรรณ
3. ช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มความขาวเรียบเนียน และลดรอยแผลเป็น
4. มีฤทธิ์ในการรักษาแผลและอาการอักเสบที่ได้ผลดี
5. รักษาสิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ช่วยถนอมผิวและเป็นครีมกันแดด

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://bearhugbeauty.lnwshop.com/p/28

ประโยชน์ของวิตามินอีต่อเรื่องผิวพรรณ หน้าใสอ่อนกว่าวัย
วิตามินและการมีสุขภาพดีเป็นที่กล่าวกันมานาน ส่วนวิตามินกับเรื่องความสวยงามมีการศึกษาวิจัยว่า การใช้วิตามินในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันและซ่อมแซมการสึกหรอของเส้นผม ผิว และเล็บได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินที่ช่วยป้องกัน ช่วยยืดเวลา และยับยั้งการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยชลอความแก่ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยตีนกา วิตามินที่เป็นส่วนผสมในครีมและโลชั่นทาผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นในการบำรุงผิว ซึ่งเป็นคุณสมบัติตามธรรมชาติของวิตามินเอง วิตามินที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในเครื่องสำอางมีหลายชนิด แต่ที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือ วิตามิน อี (Tocopherol) ซึ่งมีบทบาทและคุณสมบัติหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผิว จากการศึกษาอย่างกว้างขวาง

สรุป ผลว่า วิตามินอี นอกจากจะเป็นสารบำรุงทำให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว ในรูปของเอสเตอร์จะช่วยลดการอักเสบของผิวและช่วยป้องกันอันตรายที่เกิด จากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตได้อีกด้วย

วิตามินอีและอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติ antioxidant ซึ่งจะไป neutralized การเกิด free radicals ดังนั้นวิตามินอีเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาผิว มีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าวิตามินอี ช่วยลด psoriasis erythema และช่วยลดการเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยรักษาแผลเป็น และช่วยลดริ้วรอยบนผิว และจากการศึกษาพบว่า ผิวหนังในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า จะมีปริมาณของวิตามินอี มากกว่าบริเวณแขนถึง 20 เท่า เนื่องจากต่อมไขมัน เป็นช่องทางที่สำคัญ ในการหลั่งวิตามินอี ออกสู่ผิวหนัง

ประโยชน์ของ สบู่น้ำผึ้งกิฟฟารีน ที่มีส่วนผสมของ วิตามิน E อ่อนโยนต่อผิว
1. ช่วยลดอัตราการทำลายของแสงแดด ที่ทำให้เกิดรอยแดง
2. ลดอัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังจากแสงแดด
3. ช่วยชลอความชราภาพของผิว ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น แตกลาย
4. การให้ความชุ่มชื้นและ ลดความหยาบกร้านของผิวพรรณ

จะเห็นว่าวิตามินอี มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันผิวและช่วยบำรุงรักษาผิว การใช้วิตามินอีเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณวิตามินอี ที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอาง ปริมาณวิตามินอีที่ใช้เป็นส่วนผสมในครีมบำรุงจะต้องมีปริมาณความเข้มข้นที่ เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://bearhugbeauty.lnwshop.com/p/28