ผู้เขียน หัวข้อ: 10 ตำนานผีอาเซียนประเทศเพื่อนบ้านสุดสยอง  (อ่าน 21 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 29, 2017, 12:59:23 AM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 ตำนานผีอาเซียนประเทศเพื่อนบ้านสุดสยอง
1. เจ็งล็อต (Jenglot) จากประเทศอินโดนีเซีย
ประเทศบ้านเกิดของเจ็งล็อตก็คืออินโดนีเซีย มันเป็นลูกครึ่งระหว่างมัมมี่กับแวมไพร์ มีขนาดเล็กกะจิ๋วหลิวประมาณ 6 นิ้วเท่านั้นเอง เกิดขึ้นมาจากฤาษีที่บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นมุ่งสู่ความเป็นอมตะ อุทิศตนนับถือปีศาจจนได้พลังอำนาจมาและกลายเป็นเจ็งล็อต คนที่เลี้ยงเจ็งล็อตจะต้องให้เลือดกับมันด้วย  จะเป็นเลือดคนหรือเลือดสัตว์ก็ได้ การให้เลือดนั้นก็ทำโดยการฉีดเลือดเข้าไปในตัวมันทุกเดือนๆ ละ 1 ซีซี แต่บางคนก็เพียงแค่เทเลือดใส่ถ้วย วางเอาไว้ข้างๆ เจ็งล็อต แล้วมันจะแอบกินเองตามลำพังตอนที่ไม่มีใครเห็น เจ็งล็อตเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในอินโดนีเซีย ขนาดว่ามีการจัดงานโชว์เจ็งล็อตกันที่กรุงจาร์การ์ต้า เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย เชื่อกันว่าเจ็งล็อตบางตัวมีอายุถึง 6,000 ปีกันเลยทีเดียว

2. กุนตีลานัก (Kuntilanuk) จากประเทศอินโดนีเซีย
ผีกุนตีลานัก จะคล้ายกับผีแม่นาครวมกับผีนางตานีของบ้านเรานั่นเอง เกิดจากสาวสวยที่ตายระหว่างตั้งครรภ์หรืออุ้มท้องหรือที่เรียกว่าตายทั้งกลมนั่นเอง กุนตีลานักจะอาศัยอยู่ในต้นกล้วยเหมือนกับผีนางตานี เธอจะอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาว ผมยาวปิดหน้าปิดตา ผิวสีขาวซีด และอุ้มท้องอยู่ เมื่อไหร่ที่มีเสียงร้องไห้เบาๆ หรือเสียงสุนัขครางหงิงๆ แสดงว่าผีกุนตีลานักเริ่มเข้ามาอยู่ใกล้ๆ แล้ว แต่ถ้าได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้เสียงดังหรือสุนัขหอนแสดงว่าผีกุนตีลานักเริ่มเข้ามาในอาณาเขตละแวกบ้านของเราแล้ว และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวก็คือ ผีกุนตีลานักนั้นชื่นชอบการควักลำไส้เป็นที่สุด ด้วยความที่เธอมีเล็บยาวที่แหลมคม ถ้าใครโชคร้ายบังเอิญไปสบตากับผีรายนี้ก็จะโดนควักลูกตาออกไปกิน แถมยังโดนดูดสมองออกไปด้วย ยิ่งถ้าเหยื่อเป็นผู้ชายจะแถมด้วยการทำร้ายอวัยวะเพศอย่างโหดร้ายเข้าไปอีก บางความเชื่อเล่าว่า กุนตีลานักจะเลือกเหยื่อของเธอจากกลิ่นเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ ชาวอินโดนีเซียจึงมักจะไม่ยอมตากเสื้อเอาไว้นอกบ้านในเวลากลางค่ำกลางคืนโดยเด็ดขาด โดยปกติผีตัวนี้มักจะชอบยืนรอเหยื่อเข้ามาติดกับเองมากกว่า ถ้าเราได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แถวๆ ต้นกล้วยก็ยังพอมีโอกาสหนีไปให้ไกลจากบริเวณนั้น

3. โปลอส จากประเทศมาเลเซีย
โปลอสจะคล้ายๆ กับรักยมของประเทศไทย เกิดจากเลือดของคนที่ถูกฆ่าตาย โดยการเอาเลือดของคนดังกล่าวไปเก็บไว้ในขวดแล้วทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ วิญญาณผู้ตายจะถูกเรียกออกมาและถูกสะกดไว้ในขวดนั้น หลังจากนั้นสองสัปดาห์จะเริ่มได้ยินเสียงออกมาจากขวด เริ่มต้นจากเสียงร้องไห้เป็นอย่างแรก จากนั้นอาจจะมีเสียงแปลกๆ อื่นๆ ตามมา รูปร่างของโปลอสจะเหมือนผู้หญิงเปลือยตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ในขวด จากนั้นผู้เลี้ยงดูจะต้องกรีดเลือดของตัวเองหยดใส่ในขวดเพื่อเป็นอาหารแก่ปีศาจตนนี้ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีที่ปีศาจพร้อมจะรับใช้ผู้เป็นเจ้าของตนต่อไป ปีศาจโปลอสจะไม่ฟังคำสั่งใครนอกจากเจ้าของคนเดียว ส่วนใหญ่เจ้าของนั้นจะเป็นพ่อมดหมอผี ที่เลี้ยงดูโปลอสไว้ใช้ในทางมิชอบหรืองานผิดกฎหมาย อย่างเช่นการฆ่าคนเป็นต้น โปลอสจะทำร้ายทุกคนที่เจ้านายสั่งมา โดยจะทิ้งรอยแผลช้ำๆ ไว้บนร่างกายให้ดูต่างหน้า อาจถึงขั้นดูดเลือดออกจากปากของเหยื่อด้วย การเลี้ยงปีศาจโปลอสนี้เหมือนดาบสองคม ถ้าเลี้ยงดีก็ได้ประโยชน์ แต่หากพลั้งเผลอหรือละเลย ก็อาจทำให้ผู้เลี้ยงถึงตายได้เช่นกัน อาหารของโปลอสคือเลือด หากไม่ให้อาหารแก่มันตามกำหนด มันก็จะโกรธและเป็นอันตรายต่อเจ้าของและทุกคน วิธีป้องกันโปลอสทำร้ายให้ใช้เมล็ดพริกไทยผสมน้ำมันและกลีบกระเทียมสาดใส่โปลอส มันจะอ่อนแรงและหมดพลังในทันที

4. ผีปีนังกาลาน (Penanggalan) จากประเทศมาเลเซีย
ปีนังกาลานเป็นผีร้ายแห่งคาบสมุทรมาเลย์อันน่าสะพรึงกลัว ลักษณะของปีนังกาลานจะลอบไปมาโดยที่ไม่มีตัว มีแต่หัวกับลำไส้หรือไม่ก็มดลูกเพื่อหลแกหลอนผู้คนคล้ายๆ กับผีกระสือบ้านเรา ว่ากันว่าผีปีนังกาลานนี้เป็นผีที่ตายทั้งกลมจึงมีนิสัยดุร้ายและเกรี้ยวกราดมาก พร้อมจะเล่นงานเด็กๆ และผู้หญิงที่ตั้งท้องตลอดเวลา

มีเรื่องเกี่ยวกับผีปีนังกาลาน เรื่องหนึ่งเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่และลูก อยู่กินกันอย่างปกติสุขทั่วไป แต่ในคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน ฝ่ายแม่นั้นปิดประตูลงกลอนมิดชิดแล้วขังตัวเองอยู่ในห้องกับลูกที่หลับไปแล้ว จากนั้นเธอก็หยิบขวดน้ำมันมนต์ที่ซ่อนไว้ออกมาเทน้ำมันมนต์นั้นทารอบคอตนเอง สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกัน โดยมีตับไตไส้พุงติดออกมาด้วย หัวและไส้ของนางลอยออกไปทางหน้าต่างเพื่อออกไปหากิน ถ้าชาวบ้านสักคนบังเอิญมองมาก็จะเห็นเป็นแสงสีเหลืองวับแวมและอาจได้ยินเสียงคล้ายกับลมพัดตลอดเวลาที่หัวของปีนังกาลานแลยไป เสียงนั้นดังขึ้นเพื่อขับไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยเพื่อไม่ให้เข้ามายุ่งกับพวงไส้ของหล่อนนั่นเอง ลูกตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ได้ตืนขึ้นมาและทันได้เห็นเหตุการณ์ลับของแม่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงหยิบเอาน้ำมันมนต์ของแม่มาทารอบคอของตัวเองบ้าง เพียงไม่นานในขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากตัว เด็กน้อยหวาดกลัวจนขวัญเสียร้องโวยวายออกมา

"ช่วยด้วยหัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว"

ชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินกันทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าออกไปให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับมา เสียงโวยวายจึงเงียบลง หลังจากคืนนั้นครอบครัวประหลาดนี้ก็ย้ายหนีออกจากหมู่บ้านและไม่มีใครพบเห็นพวกเขาอีกเลย

5. ปีศาจทิกบาลัง (Tikbalang) จากประเทศฟิลิปปินส์
ทิกบาลังเป็นสัตว์ประหลาดของประเทศฟิลิปปินส์ มีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งม้า มีตาสีแดงคล้ายกับเซนทอร์ในตำนานกรีก แม้ทิกบาลังจะมีสี่ขาเหมือนเซนทอร์ แต่มันก็สามารถยืนสี่ขาได้เหมือนกับคน มันอาศัยอยู่ในป่าของฟิลิปปินส์และไม่ชอบให้ใครมาทำเสียงเอะอะมะเทิ่งในป่า หากมันไม่พอใจ มันจะใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้คนเหล่านั้นหลงป่า ทิกบาลังสามารถกลายร่างเป็นคนได้ ล่องหนก็ได้ มันทำทุกวิถีทางให้คนหลงทาง วิธีการป้องกันก็คือเมื่อเดินเข้าป่าไปก็ให้ตะโกนขออนุญาติทิกบาลังเหมือนกับที่ขออนุญาติเจ้าป่าเจ้าเขาของคนไทยเรา และเมื่อเข้าป่าก็ให้พยายามสำรวม อย่าทำเสียงเอะอะนั่นเอง

6. ปีศาจกาปรี (Kapre) จากประเทศฟิลิปปินส์
กาปรี เป็นปีศาจที่มีชื่อเสียงตนหนึ่งของฟิลิปปินส์ ชอบนุ่งผ้าเตี่ยวเหมือนคนพื้นเมือง ไม่สวมเสื้อ ชอบอยู่ตามต้นไม้ใหญ่เช่นต้นไทร กอไผ่ ต้นมะม่วง บ้างก็จะนั่งอยู่ตามต้นไม้ บ้างก็จะยืนอยู่ข้างๆ ต้นไม้ บางคนเล่าว่ากาปรีจะสวมเข็มขัดด้วย ลักษณะของมันโดยรวมก็เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่ว่าตัวจะสูงมากประมาณ 3 เมตร ตามตัวมีขนสีน้ำตาล ไว้หนวดเครายาว ความแปลกของเจ้าปีศาจตัวนี้ก็คือ มันติดบุหรี่ ทุกครั้งที่มีคนพบเจอตัวมันก็จะเห็นว่ามันสูบบุหรี่หรือซิการ์อยู่เสมอ แม้หน้าตาจะดูดุร้ายน่ากลัว แต่มันกลับเป็นมิตรกับผู้คน แถมยังอยากมีความรักอีกด้วย ที่สำคัญเจ้ากาปรีเป็นปีศาจช่างเลือก มันจะเลือกคนที่มันรู้สึกชอบเท่านั้นที่จะมองเห็นตัวมันได้ บางครั้งเวลาที่มีคนหลงป่า กาปรีก็จะหาเรื่องออกมาพูดคุยด้วย แต่ก็มีบางคนเชื่อว่ามันเองนี่แหละที่เป็นสาเหตุให้คนหลงป่า เหตุการณ์แปลกๆ ที่บอกให้รู้ว่ากาปรีอยู่ใกล้ๆ ก็คือจะมีเสียงดังกรอบแกรบเกิดขึ้นทั้งที่ไม่มีลมพัด หรืออาจจะได้ยินเสียงหัวเราะก้องออกมาจากต้นไม้ หรือมีควันของซิการ์ลอยออกมาจากต้นไม้ อย่างนี้เป็นต้น ความพิเศษของมันอีกอย่างคือ ในมือข้างที่ไม่ได้จับซิการ์ มันจะกำก้อนหินสีขาวขนาดเล็กประมาณเม็ดถั่วเอาไว้ เชื่อว่าถ้ามันให้หินนั้นแก่ใครแล้ว ผู้ที่ครอบครองหินนั้นจะโชคดีสมความปรารถนาทุกประการ

7. ปีศาจอัสวัง (Aswang) จากประเทศฟิลิปปินส์
ภูตปีศาจของฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเสียงเรื่องความหลอนสุดๆ ก็คืออัสวัง ซึ่งในตอนกลางวันมันจะมีรูปร่างเป็นหญิงสาวธรรมดาๆ แต่พอตกกลางคืนพวกมันจะมีปีกงอกออกมา ความร้ายกาจของผีอัสวังนี้คือจะออกไล่ล่าสตรีมีครรภ์และทารกเป็นอาหาร โดยใช้ลิ้นที่ยาวเป็นท่อไปดูดเลือดของผู้เคราะห์ร้ายจนถึงแก่ความตาย อัสวังแบ่งแยกได้อีกเป็น 5 สายพันธุ์ นั่นก็คือ สายพันธุ์ที่หนึ่ง มานานังเกล มีรูปร่างเป็นผู้หญิง หน้าตาสะสวย มีปีกขนาดใหญ่ที่หลัง สามารถถอดลำตัวออกจากกันเป็นสองท่อนได่โดยไม่ตาย เวลาออกล่าเหยื่อก็จะบินออกไปได้มองดูเหมือนกับเหยี่ยวยักษ์ ว่ากันว่ามานานังเกลกลัวกระเทียมคล้ายกับแดร็กคูล่าของฝรั่ง ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าเอาเกลือไปพรมตามที่อยู่ของมานานังเกลหรือพรมไปตามลำตัวท่อนบนของมันหรือบริเวณรอยต่อที่แยกตัวออกนั้น มันจะตายเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ส่วนที่เป็นอันตรายของมานานังเกลก็คือของเหลวที่พ่นใส่ปากหญิงตั้งครรภ์ซึ่งจะเข้าไปทำลายเด็กในท้องได้ นอกจากนี้มันยังชอบกินหัวใจเด็กและยังชอบกินลูกไก่ของชาวบ้านอีกด้วย

สายพันธุ์ที่สองมีชื่อว่า มันดูรูโก คือพวกที่เป็นหญิงงามและเอาความงามเข้าล่อเหยื่อที่เป็นชาย หลังจากได้แต่งงานกับชายหนุ่มผู้เคราะห์รายแล้ว มันดูรูโกก็จะใช้ร่างของสามีเป็นแหล่งอาหารทันที ซึ่งวิธีการก็คือจะแอบดูดเลือดจากซอกคอของสามีทุกวัน จนกว่าเลือดจะหมดตัวและแห้งตายไป มันจึงจะออกไปหาเหยื่อรายใหม่ สายพันธุ์ที่สามมีชื่อว่ามันกูกูรัม คือพวกที่เป็นแม่มดที่ใช้ตุ๊กตาสาปแช่งเพื่อเสกแมลง เสกก้างปลา หรือเสกเศษแก้วเข้าตัวคนจนถึงแก่ความตาย ส่วนอีกสองสายพันธุ์นั่นคือ พวกกินซากศพ กับพวกที่สามารถแปลงร่างได้ ซึ่งมันจะแปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่มันเห็นขณะออกล่าเหยื่อ

8. ผีหญิงชุดขาวกลางถนน จากประเทศฟิลิปปินส์
ผีตนนี้อาละวาดอยู่ที่ถนนสายหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีเรื่องเล่าว่าบริเวณที่เป็นถนนสายนี้ ในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งถูกข่มขืนและฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ศพที่พบในภายหลังนั้น ส่วนที่เป็นใบหน้าได้หายไป นับตั้งแต่นั้นมาวิญญาณของเธอก็จะปรากฏตัวอยู่ในรูปของผู้หญิงใส่ชุดสีขาว ผมดำยาวแต่ไร้หน้า และยืนเลือดท่วมอยู่กลางถนนตอนกลางคืน คอยดักเหยื่อที่ขับรถผ่านไปมาอยู่ในเส้นทางนี้เสมอ มีคำแนะนำว่าถ้าผู้ขับขี่จำเป็นต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้ในยามวิกาลก็จงอย่ามองกระจกหลัง ไม่อย่างนั้นผู้หญิงชุดขาวกลางถนนจะเข้ามาในรถในสภาพเลือดท่วมตัว มีชาวบ้านหลายรายถูกผีผู้หญิงตนนี้หลอกจนจับไข้หัวโกร๋นกันมาแล้ว มีเรื่องเล่าอีกว่า ชายหนุ่มสองคนขับรถไปทำธุระโดยที่ต้องผ่านถนนเส้นนั้นเป็นเวลาสามทุ่มเศษ พอถึงจุดเกิดเหตุทั้งคู่ก็เห็นหญิงสาวชุดขาวออกมายืนขวางอยู่กลางถนน ทำท่าเหมือนจะขอความช่วยเหลือ จนคนขับรถต้องเหยียบเบรกตัวโก่ง พวกเขาไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นคนสวย เพราะหญิงสาวไว้ผมยาวดำขลับ รูปร่างดี เมื่อพวกเขาขับรถเข้าไปใกล้ๆ หวังจะให้ความช่วยเหลือ ก็เห็นเธอยื่นมือขาวซีดออกมา ทำท่าจะแตะประตูรถ ชาวหนุ่มทั้งสองก็มองไปที่ใบหน้าของเธอ แต่ก็พบว่าใบหน้านั้นขาวโพลนและว่างเปล่า ไม่มีตา จมูก ปาก ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเล่าว่า ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กแหลมที่ฟังดูคล้ายเสียงร้องไห้ของผู้หญิง เมื่อพวกเขารู้ว่าถูกผีหลอกแล้ว คนขับก็รีบออกรถและขับหนีอย่างไม่คิดชีวิตและไม่กล้าผ่านไปในเส้นทางนั้นอีกเลย

9. ผีกองกอย จากประเทศลาว
ประเทศลาวเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของไทย ที่มีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกัน เรื่องราวของภูติผีปีศาจก็เป็นอีกเรื่องที่คล้ายกัน โดยกองกอยเป็นผีป่า[/url]ชนิดหนึ่งมีปากเป็นท่อคล้ายกับแมลงวัน ลักษณะรูปร่างเป็นผีที่มีขาข้างเดียว เวลาไปไหนมาไหนจะใช้วิธีกระโดดไปด้วยขาข้างเดียวนั้น พร้อมส่งเสียงร้องว่า กองกอย กองกอย ไปตลอดทางเป็นที่มาของชื่อกองกอยนั่นเอง หน้าตาของผีกองกอยจะคล้ายลิงหรือค่าง ดังนั้นบางคนจึงเรียกผีกองกอยว่า ผีโป่ง หรือ ผีโป่งค่าง คนเดินป่าเชื่อกันว่าผีกองกอยจะแอบเข้ามาดูดเลือดคนที่เดินป่าตอนที่นอนหลับทุกครั้งที่มีโอกาส จึงมีวิธีแก้เคล็ดป้องกันคือ ให้นอนไขว้หรือนอนให้เท้าชิดกันไว้ทั้งสองข้าง ผีกองกอยจะไม่เข้ามายุ่ง และอย่านอนให้เท้าเลยออกมานอกเต๊นท์นอนเด็ดขาด

10. ผีปอบ จากประเทศลาว
ในประเทศลาวก็มีความเชื่อเรื่องผีปอบเหมือนกับประเทศไทย โดยเชื่อกันว่าผีปอบเกิดจากผู้ที่ร่ำเรียนวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำจนแก่กล้า สามารถใช้อำนาจเวทมนต์คาถาไปทำร้ายผู้อื่นได้ แต่วิชาอาคมเหล่านี้ก็มีข้อห้ามและข้อปฏิบัติกำกับอยู่ด้วย ซึ่งห้ามละเมิดโดยเด็ดขาด หากกระทำผิดข้อห้ามจะเกิดการผิดครู วิญญาณของบรมครูจะลงโทษหรือสาปแช่งให้กลายเป็นปอบ หรืออีกประการหนึ่งก็เกิดจากคนเล่นคาถาอาคม ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่กลัวบาปกลัวกรรม ทำให้ของวิชาอาคมต่างๆ เข้าตัวกลายเป็นผีปอบในที่สุด

ผีปอบยังแบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่น ปอบธรรมดา คือคนที่มีปอบสิงอยู่ในร่าง เมื่อคนๆ นี้ตายไป ปอบที่สิงอยู่ก็จะตายตามไปด้วย ประเภทต่อมาก็คือปอบเชื้อ หมายถึง ครอบครัวใดที่พ่อแม่เป็นปอบ เมื่อพ่อแม่ตายไป ลูกหลานก็จะสืบทอดให้เป็นปอบต่อไปเหมือนเป็นกรรมพันธุ์ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตามก็ต้องเป็นผีปอบต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ ต่อมาคือปอบแลกหน้า หมายถึง ผีปอบที่เจ้าเล่ห์ ชอบเอาความผิดไปโยนให้คนอื่น เวลาที่เข้าสิงใคร เมื่อสอบถามว่าผู้ใดเป็นคนเลี้ยง ปอบจะไม่บอกความจริงแต่จะไปกล่าวโทษว่าคนนั้นคนนี้ โดยที่ผู้ถูกพาดพิงไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย ประเภทสุดท้ายเรียกว่า ปอบกักกึก ซึ่ง กึก ในภาษาอีสานแปลว่า ใบ้ เมื่อมีคนถามปอบจะไม่ยอมพูดอะไรจนกว่าญาติพี่น้องจะไปตามหมอผีมาขับไล่ จึงจะยอมเปิดปากพูดว่าตนเป็นปอบของใคร มีใครใช้ให้มาเข้าสิง

ผู้ที่ถูกปอบสิงจะมีอาการแตกต่างกันออกไป บางคนจะแสดงกิริยาอาการดุร้าย บางคนจะนอนซมคล้ายกับป่วยไข้อย่างหนัก บางคนจะร่ำไห้รำพันไปต่างๆ นานา แต่ไม่ว่าจะมีท่าทีอาการอย่างไร ผู้ที่ถูกปอบเข้าสิงจะเรียกร้องให้นำอาหารสุกๆ ดิบๆ พวกตับหมู ตับไก่ เครื่องใน เลือดสดๆ มาให้กิน เวลากินก็จะแสดงอาการตะกละตะกลาม มูมมาม และกินได้มากผิดปกติ เมื่อญาติพี่น้องรู้ว่าผู้ป่วยถูกปอบเข้าสิงก็จะไปตามหมอผีหรือหมอธรรมให้มาไล่ปอบออกไป
ที่มา Bearry Channel Yotube

จัดอันดับ
สยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
มิถุนายน 29, 2017, 01:03:00 AM
ตอบกลับ #1
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 สถานที่ผีสิงหลอนกระฉ่อนโลก

10 สถานที่ผีสิงหลอนกระฉ่อนโลก
1. บอร์ลีย์ เรกทอรี, เอสเซ็กซ์, อังกฤษ
บ้านผีสิงบอร์ลีย์ เรกทอรี โด่งดังมากในอังกฤษช่วงสมัยยุค 20-30 พอๆ กับการถกเถียงกันเป็นวงกว้าง บางเรื่องก็อธิบายได้ และบางเรื่องจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าอะไรแปลกๆ ที่เคยมีคนพบมากมายว่าคืออะไร

2. บ้านเวลลีย์, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐฯ
นักเขียนนาม เดอเทรซี เรกูลา บรรยายประสบการณ์ของเธอถึงบ้านหลังนี้ว่าเคยเห็นหน้าต่างชั้นบนเปิด ทั้งที่มันปิดมานานและพอเข้าไปในบ้านเธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างในหลายจุด ได้กลิ่นซิการ์ในห้องโถง ได้กลิ่นน้ำหอมตรงทางเดิน และได้คุยกับเด็กสาวที่เข้าใจว่าน่าจะเป็นวิญญาณ!

3. เรย์นแฮมฮอลล์, นอร์ฟอร์ค, อังกฤษ
เป็นสถานที่บันทึกภาพผีชื่อดัง เลดี้บราวน์ ผีผู้หญิงที่ถ่ายได้ตรงบันไดของบ้าน อดีตเคยเป็นของครอบครัวทาวน์เซนด์มา 300 ปี แต่หลังจากภาพผีผู้หญิงแล้วก็ไม่มีรายงานว่าพบอะไรแปลกประหลาดที่นี่อีก

4. โรงนาไมร์ทเลส, หลุยส์เซียนา, สหรัฐฯ
โรงนาไมร์ทเลส สร้างในปี 1796 โดยนายพล เดวิด แบรดฟอร์ด ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในบ้านที่มีผีสิงชุมที่สุดในอเมริกา กล่าวกันว่าอย่างน้อยก็ตั้ง12 ตน โดยมีรายงานว่าเป็นผีฆาตกร 10 ราย แต่ในบันทึกพบเพียงฆาตกรนาม วิลเลียม วินเตอร์ นอกจากนี้ยังมีวิญญาณผีผู้หญิงที่เป็น
ทาสอีกต่างหาก

5. สถานกักกันอีสเทิร์นสเตต, ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐฯ
ออกแบบโดย จอห์น ฮาวิลแลนด์ และเปิดทำการในปี 1829 รู้จักกันว่าเป็นสถานกักกันแห่งแรกในโลก เป็นการปฏิวัติสถานกักกันหรือเรือนจำ และเมื่อปี 2007 รายการทีวีชื่อ ‘Most Haunted’ ได้เข้าไปถ่ายทำด้วยการไปที่ห้องขังของอดีตเจ้าพ่อ อัล คาโปนส์ หนึ่งในทีมงานบอกขณะทำการสำรวจว่าเป็นสถานที่มีปีศาจร้ายมากมายที่สุดเท่าที่เคยพบ ส่วนทีมงานอีกรายก็อ้างว่าสามารถติดต่อกับวิญญาณได้ แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือมั่ว

6. ทาวเวอร์ออฟลอนดอน, ลอนดอน, อังกฤษ
พระราชวังและป้อมปราการของลอนดอน เรียกสั้นๆ ว่า เดอะทาวเวอร์ เป็นโบราณสถานกลางกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำเทมส์ เป็นที่รู้กันดีว่าคือสถานสิงสู่ของผี แอนน์ โบลีน หนึ่งในมเหสีของกษัตริย์เฮนรีที่ 8 ซึ่งถูกกุดหัวในวังแห่งนี้เมื่อปี 1536 และที่เห็นกันบ่อยๆ คือวิญญาณที่ว่ากันว่าเป็นเธอเดินถือหัวไปไหนมาไหนนั่นเอง

7. โรงพยาบาลเวฟเวอรีฮิลล์, เคนตักกี, สหรัฐฯ
เปิดทำการเมื่อปี 1910 มีคนไข้วัณโรคราว40-50 คน โด่งดังจากรายการทีวีในฐานะโรงพยาบาลที่มีผีสิงเยอะสุดในอเมริกาฝั่งตะวันออก ทั้งเป็นหนึ่งใน‘สถานที่น่ากลัวที่สุดบนโลก’ ทางช่อง เอบีซี/ฟ็อกซ์ เป็น ‘โปรเจกต์เหนือธรรมชาติชื่อดัง’ ในรายการทางช่อง วีเอช 1 ออกอากาศทาง
รายการ ‘ล่าผี’ ช่องไซไฟแชนแนล และจากการเข้าไปลองท้าผีหลายครั้งก็พบอะไรแปลกๆ หลายสิ่ง เช่น เสียงแปลกๆ ที่ไม่เคยมีใครได้ยิน, เงาอะไรก็ไม่รู้, อยู่ๆ ก็เย็นยะเยือก รวมถึงเสียงกรีดร้องก้องตามทางเดิน

8. ควีนแมรี, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐฯ
เรือควีนแมรี เป็นของบริษัทเดินเรือ คูนาร์ด ไลน์ ล่องอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างปี 1936-1967 ก่อนจะถูกขายไปยังลองบีช แคลิฟอร์เนีย ในปี 1967 และถูกแปลงเป็นโรงแรม ส่วนที่ว่ากันว่ามีผีสิงชุกที่สุดคือแถวที่เคยเป็นห้องเครื่อง บริเวณที่เคยมีเด็กหนุ่มตายเพราะหนีไฟไหม้ มีคนเคยได้ยินและบันทึกเสียงเคาะ รวมทั้งเสียงโครมครามตามท่อแถวประตูได้หลายครั้ง และตรงบริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับก็เคยมีคนเห็น ‘ผู้หญิงชุดขาว’ รวมทั้งผีเด็กที่มีคนบอกว่ามักชอบโผล่มาตรงแถวสระน้ำอีกต่างหาก

9. ทำเนียบขาว, วอชิงตัน ดีซี, สหรัฐฯ
อดีตประธานาธิบดีแฮร์ริสันเคยบอกว่าได้ยินเสียงรื้อค้นหาอะไรของใครก็ไม่ทราบ ดังมาจากห้องใต้หลังคาของทำเนียบขาว ส่วนอดีตปธน. แอนดรูว์ แจ็คสัน ก็คิดว่าในห้องนอนของเขามีผีสิง และเคยมีคนเห็น เอบิเกล อดัมส์ อดีตสตรีหมายเลข 1 ลอยไปลอยมาอยู่ตรงทางเดิน แต่ผี อับราฮัม ลินคอล์น เหมือนจะมีคนเห็นมากที่สุด เอลีนอร์ รูสเวลต์ เคยบอกว่าเหมือนลินคอล์นมายืนมองเธอขณะอยู่ในห้องนอนของเขา และอีกครั้ง เจ้าหน้าที่รายหนึ่งก็อ้างว่าเห็นด้วยสองลูกตาว่าท่านปธน.รายนี้กำลังนั่งถอดบูตอยู่ที่เตียง

10. ปราสาทเอดินเบิร์ก, เอดินเบิร์ก, สกอตแลนด์
ถูกขนานนามให้เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีผีชุกชุมมากที่สุดในสกอตแลนด์ ส่วนเมืองเอดินเบิร์กเองก็ถูกยกย่องแบบหลอนๆ ว่าเป็นเมืองที่มีผีเยอะสุดๆ ในยุโรปเหมือนกัน บางทีก็มีคนเห็นผีเป่าปี่สกอตต์, คนตีกลองหัวขาด วิญญาณคนคุกฝรั่งเศสจากสงคราม 7 ปี รวมไปถึงผีนักโทษอเมริกันที่จับมาจากสงครามปฏิวัติในอเมริกา และยังมีหมาผีที่มาจากสุสานหมาอีกด้วย

สยองขวัญ

จัดอันดับ
มิถุนายน 29, 2017, 01:03:17 AM
ตอบกลับ #2
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 ภาพถ่ายผีชื่อดังระดับโลก
10 ภาพถ่ายผีชื่อดังระดับโลก

1. เลดี้บราวน์
ภาพผีที่โด่งดังที่สุดนับแต่เริ่มมีการถ่ายภาพก็คือภาพนี้ที่เรียกกันว่า ‘เลดี้บราวน์’ แห่ง เรย์นแฮมฮอลล์ ถูกบันทึกไว้ในปี 1936 ที่อะพาร์ตเมนต์ของเลดี้เทาเซนด์ ซึ่งตายไปเมื่อปี 1726 และที่เห็นเป็นเงารางๆ ตรงกระไดก็เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของเธอ

2. เด็กหญิงในกองไฟ
19 พฤศจิกายน 1905 เกิดไฟไหม้ที่เวมทาวน์ฮอลล์ ในชรอพเชียร์ ประเทศอังกฤษ พระเพลิงเผาวอดทั้งตึกจนเหลือแต่ซาก แต่เมื่อ โทนี โอ ราฮิลลีบันทึกภาพถ่ายซากตึกจากถนนฟากตรงข้ามกลับพบเงาร่างคล้ายเด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู ไม่มีใครแถวนั้นรู้ว่าเธอเป็นใคร แล้วก็ไม่ใช่พนักงานดับเพลิงแน่ๆ

3. ผีแห่งเรือวอเตอร์ทาวน์
เมื่อปี 1927 เจมส์ คอร์ทนีย์ กับ ไมเคิ่ล มีแฮน โดนแก๊สจนตายขณะกำลังทำความสะอาดโกดังบนเรือวอเตอร์ทาวน์ อุบัติเหตุเกิดขึ้นขณะเรือกำลังล่องจากช่องแคบปานามากับนิวยอร์ก ซิตี้ ทั้งคู่ถูกเผากลางทะเล แล้วเรือก็แล่นต่อไป แต่ไม่กี่วันลูกเรือก็รายงานว่าพบหน้าของทั้งคอร์ทนีย์ และ มีแฮน บนท้องน้ำทะเล กัปตันเลยทำการถ่ายภาพเก็บไว้ และนี่คือหนึ่งในหน้าผีที่บันทึกมาได้ในวันนั้น?!

4. ผีศาลแฮมป์ตัน
ภาพนี้ถูกจับได้โดยกล้องวงจรปิดเมื่อปี 2003 ที่ศาลแฮมป์ตันคอร์ท พาเลซ ในลอนดอน เรื่องสยองเกิดขึ้นเมื่อสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้นเพราะประตูถูกเปิดโดยใครก็ไม่ทราบ รปภ.จึงรีบรุดไปตรวจแล้วก็พบว่าประตูปิดเองได้เฉย โดยไม่มีใคร นอกจากภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นใครก็ไม่รู้ใส่เสื้อคลุมยาว และเชื่อว่าน่าจะเป็นผี!

5. ผีเฟรดดี้ แจ็คสัน
ในปี 1919 มีการบันทึกภาพหมู่ของเหล่าทหารเรือในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่โรงฝึกเดดาลัส ทุกอย่างในภาพดูปกติยกเว้นแต่ใบหน้าของ เฟรดดี้ แจ็คสันเพราะเขาเป็นนายช่างที่เพิ่งตายไปด้วยอุบัติเหตุก่อนหน้านั้นเพียงแค่ 2 วัน

6. ผีสุสานบูท ฮิลล์
เทอร์รี ไอค์ แคลนตันถ่ายภาพขาวดำเพื่อนของเขา บูทฮิลล์ เกรฟยาร์ด ที่ทูมบ์สโตน อริโซนา ในชุดแต่งกายแบบคาวบอยเหมือนบรรพบุรุษของเขาที่
สมาชิกแก๊งแคลนตัน ซึ่งเคยดวลปืนกันตายที่ โอเค คอร์รัล ในอดีต แต่เมื่อล้างรูปออกมาก็พบภาพใครบางคนในฉากหลังซึ่งไม่มีใครเห็นตอนถ่ายโผล่ขึ้นมาในลักษณะเหมือนกำลังลุกขึ้นมาจากหลุม!

7. ผู้หญิงบนม้านั่ง
ภาพนี้บันทึกมาได้จากสุสานเบชเลอร์สโกลฟ ในเบรเมน อิลลินอยส์ เมื่อปี 1991 ระหว่างการค้นคว้าของสมาคมวิจัยผี เพราะสุสานนี้รู้จักกันดีว่ารกร้างและมีผีสิง หรืออาจจะเป็นสถานที่ซึ่งมีผีสิงมากที่สุดในชิคาโกเลยก็ว่าได้ ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่บนหินหลุมศพรายนี้ ตอนถ่ายไม่มีใครเห็นแต่อย่างใด

8. ผีมะนิลา
ภาพนี้ถ่ายที่ถนนในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลลิปปินส์เห็นสิ่งแปลกปลอมได้ชัดเป็นตัวๆ จนไม่น่าเชื่อจะเป็นของจริง แต่ 2 สาวเจ้าของภาพนี้รวมถึงคนถ่ายซึ่งบันทึกด้วยกล้องดิจิตอลต่างยืนยันว่าไม่มีมีใครคนใดมายืนเกาะแขนถ่ายรูปในตอนนั้นด้วยเลยเจงๆ!

9. ผีคุณตา
ภาพนี้เป็นภาพของคุณยายรายหนึ่งที่ย้ายจากบ้านมาอยู่สถานพักคนชรา แต่เหมือนคุณยายจะไม่ได้ย้ายมาลำพัง เพราะยืนยันว่าชายคนที่เห็นโผล่อยู่ตรงด้านหลัง เป็นคุณปู่หน้าตาเหมือนสามีของเธอที่ตายจากกันไปก่อนหน้านั้นแล้ว 13 ปี!

10. ผีชมพูแห่งกรีนแคสเซิล
ภาพนี้บันทึกมาได้จากโอแฮร์ แมนชั่น ในกรีนแคสเซิล อินเดียนา หลังจากทราบว่ามีผีสิง กาย วินเตอร์ส กับ เทอร์รี แลมเบิร์ต เพื่อนของเขาเลยเข้าไปลองดีและจากการใช้กล้องหลายตัวจับภาพบริเวณหน้าต่างชั้นบน รูปร่างออกสีชมพูนี้คือสิ่งที่บันทึกมาได้ก่อนที่แมนชั่นนี้จะถูกทุบทิ้งในเวลาต่อมา

สยองขวัญ

จัดอันดับ
มิถุนายน 29, 2017, 01:03:31 AM
ตอบกลับ #3
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

5 อันดับผีตามความเชื่อของคนอีสาน
อันดับที่ 5 ผีฟ้า
ตามความเชื่อของชาวอีสาน ผีฟ้าก็นั้นก็คือเทวดารูปหนึ่งที่มีอำนาจทุกอย่างบนท้องฟ้า อาจจะให้ดีหรือร้ายแก่มนุษย์ก็ได้ ซึ่งหัวหน้าใหญ่ของผีฟ้าก็คือพญาแถน ผีฟ้าจะให้คุณกับบุคคลที่เชื่อและศรัทธากับผีฟ้า ซึ่งมีดังนี้ มาจากการที่ผีฟ้าเลือกเอง จากการมองเห็นนิมิตร มาจากการที่เป็นหนี้บุญคุณผีฟ้า เช่นช่วยในการทำให้หายป่วย มาจากการสืบทอดบรรพบุรุษ คือ มีการสืบทอดในตระกูล แต่หากผู้ใดที่ทำผิดครูจะถูกสาปให้กลายเป็นปอบ

อันดับที่ 4 ผีเป้า
มีลักษณะคล้ายกับผีปอบ แต่จะเป็นในผู้ชาย ผีเป้าเกิดจากการที่คนๆ นั้นเรียนวิชาอาคม แล้วไม่สามารถที่จะรักษาวิชาอาคมนั้นเอาไว้ได้ มีอีกความเชื่อหนึ่งว่าผีเป้าเกิดจากคนที่ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ ด้วยเหตุนี้คนอีสานจึงมักสอนลูกๆ ไม่ให้กินของสุกๆ ดิบๆ เพราะจะกลายเป็นผีเป้า ผีเป้านั้นมักจะไม่สู้คน เมื่อออกหากินก็มักจะพกของมีค่าไว้เสมอ เพราะหากไปเจอคนก็จะถูกจับได้ว่าเป็นผีเป้า จึงต้องพกของมีค่าเหล่านี้เอาไว้ติดสินบนหรือเป็นค่าปิดปาก เมื่อโดนจับได้จะไม่โดนขับไล่เหมือนกับผีปอบ แต่จะโดนรังเกียจแทน เพราะผีเป้านั้นไม่ทำร้ายคน ลักษณะองผีเป้านั้นจะมีแสงอยู่ที่ปลายจมูก แต่พอเมื่อเจอคน แสงนั้นจะดับลงไปทันที ในตอนกลางวันผีเป้าจะเป็นเหมือนนปกิทั่วไป แต่พอตกกลางคืนผีเป้าที่สิงอยู่ในร่างนั้นจะมีอาการหิวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ และจะออกไปหากบกินตามทุ่งนา แต่ถ้าหากบไม่ได้ก็จะไปจับไก่ในเล้าแทน ชาวบ้านจึงมักจะไปดักจับผีเป้าตามทุ่งนาเพื่อหวังะรับเงินสินบนนั่นเอง

อันดับที่ 3 ผีแม่ม่าย
ผีแม่ม่ายจัดอยู่ในผีประเภทบังบด หรือเป็นมนุษย์ในอีกมิติหนึ่ง เมืองที่ผีบังบดอยู่นั้นนิยมเรียกว่าเมืองลับแล ว่ากันว่าเมืองนี้มีแต่แม่ม่าย ทุกคนล้วนแล้วแต่สวยงาม ผีตนนี้จะออกเที่ยวในยามค่ำคืนเพื่อหลอกล่ชายหนุ่มให้ไปเป็นสามีทีละหนึ่งคน โดยผีแม่ม่ายจะหลอกล่อจิตวิญญาณของคนๆ นั้นขณะนอนหลับ เมื่อดวงวิญญาณติดตามผีแม่ม่ายไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เมื่อร่างของเรานั้นไม่มีดวงวิญญาณก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าหากดวงวิญญาณของเราถูกผีแม่ม่ายหลอกล่อไปแล้วจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกคือตายนั่นเอง หากครอบครัวใดมีผู้ชายที่ไม่อยากให้ตกเป็นเหยื่อผีแม่ม่าย ให้นำหุ่นรูปผู้ชายไว้ที่หน้าบ้าน เมื่อผีแม่ม่ายจะมาเอาไปเป็นสามี ผีแม่ม่ายจะคิดว่าหุ่นนั้นเป็นชายหนุ่ม และก็จะเอาหุ่นนั้นไปแทน ว่ากันว่าผีแม่ม่ายเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวจึงมีความ้องการทางเพศสูงมาก หากจะให้ได้ผลดีขึ้นให้นำปลัดขิกทาสีแดงตั้งไว้คู่กับหุ่น

อันดับที่ 2 ผีจ้างหนัง
เรื่องผีจ้างหนังเป็นเรื่องเล่าที่เล่ากันว่า เรื่องเกิดเมื่อตอนปีพุทธศักราช 2532 มีคนว่าจ้างให้หนังเร่ไปฉายที่บ้านวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งอำเภอบ้านดุง ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 100 กิโลเมตร โดยค่าจ้างนั้น ที่ตกลงกันอยู่ที่ 4,000 บาท ฉายหนังสามถึงสี่เรื่อง โดยให้ฉายช่วงเวลาสามทุ่มถึงตีสี่ พอถึงตีสี่ต้องเก็บข้าวของให้หมดก่อนที่จะสว่าง ทางหนังเร่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเพราะเป็นความต้องการของผู้ว่าจ้าง ถึงเวลาเริ่มฉายหนังตอนสามทุ่มก็มีผู้หญิงชุดขาวนั่งอยู่ข้างหนึ่ง และมีผู้ชายชุดดำนั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง ไม่ว่าหนังฉายไปแบบไหน คนเหล้านั้นก็เพียงแต่มองดูไปเฉยๆ นิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมื่อถึงตอนเวลาตีสี่ ก็มีนมาบอกหนังเร่ว่าให้รีบเก็บข้าวของแล้วให้ออกไปทันทีและห้ามหันหลังกลับมาดู ทางฝ่ายหนังเร่ก็รีบเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับบ้าน ในระหว่างนั้นทางฝ่ายหนังเร่ก็สงสัยกันว่า ทำไมจะต้องห้ามหันหลังกลับมาดูด้วย จึงได้ลองหันหลังกลับไป พวกผู้คนที่มาดูกันหลายคนก็ต่างหายไปหมด เหลือเพียงป่าทึบๆ ให้เห็นเท่านั้น

อันดับที่ 1 ผีปอบ
ปอบเป็นผีที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ผีปอบนิสัยจะคล้ายๆ กับผีเป้า แต่จะนิสัยแย่กว่ามากๆ และจะสิงอยู่ในตัวผู้หญิงมากกว่า ของกินของผีปอบก็เหมือนกับผีเป้าคือของสุกๆ ดิบๆ ผีปอบจะแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ประเภทที่ 1 ปอบที่สืบทอดมาเป็นวงศ์ระกูล ซึ่งจะสืบทอดกันทางเลือดและน้ำลาย ชาวอีสานจะชอบเคี้ยวข้าวแล้วป้อนให้ลูกกินที่เรียกกันว่าข้าวย้ำ จึงทำให้เด็กที่กินนั้นติดเชื้อปอบไปโดยปริยาย ปอบที่ติดต่อกันทางสายเลือดนั้นะมีนิสัยดุร้ายไม่มาก หลบๆ ซ่อนๆ ไม่สุงสิงกับใคร

ประเภทที่ 2 ปอบเวทย์ ปอบประเภทนี้เกิดจากผู้ที่มีวิชาอาคมแล้วผิดคำสั่งห้ามของครูอาจารย์ ทำให้กลายเป็นปอบ โดยส่วนมากจะเกิดกับคนที่โลภมากแล้วเก็บค่าครูเกินที่กำหนด เพราะในอดีตคนโบราณะเห็นน้ำใจนั้นดีกว่าเงิน เมื่อเรียกเก็บค่าครูจะเรียกพอประมาณ ไม่ละโมบเรียกเก็บมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ปอบที่ผิดครูจะมีนิสัยดุร้ายมากและเป็นปอบที่มีคนรู้จักกันมากที่สุด

ประเภทที่ 3 ปอบเลี้ยง ปอบประเภทนี้เกิดจากวิชาอาคมของหมอผี ที่อัญเชิญผีห่า ดวงวิญญาณผีมาสิงอยู่ในกรวยดอกไม้หรือหุ่นอาคมที่ทำขึ้น เกิดเป็นปอบที่มีแต่สิ่งชั่วร้ายมารวมเป็นตัวเดียวกัน ส่วนมากปอบประเภทนี้จะถูกนำมาเลี้ยงไว้ใช้งานแต่ต้องมีของเซ่นไหว้ด้วย หากไม่ทำการเซ่นไหว้ วิชาอาคมจะเข้าแทรกซ้อนตัวจนทำให้เป็นบ้าและเสียชีวิตได้ ปอบชนิดนี้จะมีความดุร้ายมากและฉลาดอีกด้วย พวกมันจะไม่กินของสุกๆดิบๆ เหมือนปอบประเภทอื่น และจะบำเพ็ญจนวิชาอาคมแก่กล้าอีกด้วย

ประเภทที่ 4 ปอบเจ้า เป็นราชาของปอบทั้งมวล คือเป็นผีปอบที่ผ่านการขับไล่ของหมอผีมาแล้ว ปอบประเภทนี้คือปอบหนึ่งในสามประเภทข้างต้นที่ถูกทำร้ายกักขังจนเกิดการอาฆาตแค้น เมื่อถูกปลดปล่อยจะเข้าสิงสัตว์และมนุษย์และะกินทกอย่างที่ขวางหน้ารวมทั้งตับไตไส้พุง เมื่อผีปอบตัวนี้เข้าไปอยู่ที่บ้านใด บรรดาไก่เป็ดที่เลี้ยงไว้จะหมดเล้าภายในคืนเดียว เมื่อบ้านใดที่ไก่ถูกกินนหมดเล้าจะเรียกว่าห่าลง

ที่มา ยำสยอง Youtube Channel

  นั่งซากหวาดผวาศพล่อเสือ    เล่าเรื่องสยองขวัญสยองกลางทุ่ง    เล่าเรื่องสยองขวัญคุณแม่เล่าให้ฟัง 
  เล่าเรื่องสยองขวัญบ้านเก่า    เล่าเรื่องสยองขวัญ6ปีไม่เคยลืม    เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ 
  เล่าเรื่องสยองขวัญทำไมไม่บวชให้    เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง    ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ 
  ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร    ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ    มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน 
  เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง    เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง    เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว 
  เล่าเรื่องสยองขวัญลองจนเจอดี    เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี    ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน 
  10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิต    เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม    คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com
มิถุนายน 29, 2017, 01:03:47 AM
ตอบกลับ #4
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

ทานกลูต้าไธโอนให้ปลอดภัยและได้ผล
ในวันนี้เรามาไขข้อข้องใจเรื่องของกลูต้าไธโอน (Glutathione) กันค่ะ สาวๆ หนุ่ม ที่อยากมีผิวขาวก็สงสัยกันว่ากลูต้าไธโอนนั้นช่วยให้ผิวขาวได้จริงมั้ย เรามาสอบถามคุณหมอ แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์กันค่ะ

กลูต้าไธโอนคืออะไร
กลูต้าไธโอนนั้นคือเนเชอรัลแอนตี้ออกซิแดนท์ (Natural Antioxidant) หรือสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ไม่ใช่สารสังเคราะห์ทางเคมีอย่างที่เราคิดกัน หมายถึงว่าในร่างกายของคนเรานี้ในเซลล์มีกลูต้าไธโอน และร่างกายของเราสามารถสร้างเองได้ ในอาหารก็มีสารกลูต้าไธโอน ไม่ว่าจะเป็น ไข่ นม ผัก ผลไม้ บร็อคโคลี่ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง มีทั้งนั้น

กลูต้าไธโอนนั้นมีหน้าที่สำคัญอยู่สามอย่าง
1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านความเสื่อม
2. ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน หรืออิมมูน Immune
3. เป็นตัว detoxification คือเป็นตัวช่วยทำลายสารพิษให้กับตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตับที่ถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์จากการดื่มสุรา หรือคนที่ทานยาพาราเซตามอลมากๆ

จริงๆ แล้ว ในการนำกลูต้าไธโอนมาใช้เริ่มต้นนั้นไม่ได้นำมาทำให้ขาว แต่นำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยนำมารักษาคนไข้ที่เป็นพาร์คินสัน ผู้สูงอายุที่มีอาการมือสั่น เนื่องมาจากมีการค้นพบว่าผู้ป่วยโรคพาร์คินสันมีระดับกลูต้าไธโอนในสมองต่ำมาก ต่อมาก็มีนำมาใช้เพื่อช่วยในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เพราะว่าระดับของกลูต้าไธโอนก็ต่ำด้วย แพทย์ได้นำมาฉีดเพื่อรักษาโรคเหล่านี้ แต่ทีนี้มีการสังเกตว่าคนไข้เหล่านี้เมื่อฉีดกลูต้าไธโอนเข้าไปแล้วผิวขาวขึ้น เลยได้มีการศึกษาเจาะลึกลงไปอีกก็พบว่า กลูต้าไธโอนมีฤทธิ์ต่อต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้เป็นตัวสร้างเม็ดสีผิว เม็ดสีผิวของคนเรานั้นมีอยู่สองชนิดคือ เม็ดสีน้ำตาลดำ เป็นตัวที่ทำให้ผิวมีสีเข้ม กับเม็ดสีน้ำตาลอ่อนปนสีชมพูหรือสีออกส้มซึ่งในคนยุโรปหรือคนที่อยู่แถบหนาวจะมีเม็ดสีนี้ที่ทำให้ผิวดูขาว สารกลูต้าไธโอนนี้จะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีน้ำตาลดำ ส่งผลให้คนไข้ที่ได้รับสารกลูต้าไธโอนนี้จะมีสีผิวที่ขาวขึ้น

ในปัจจุบันการนำกลูต้าไธโอนมาใช้มีหลากหลายวิธี รวมถึงการฉีด ซึ่งเป็นวิธีการที่อันตรายมากเพราะเป็นการฉีดเข้าเส้นเลือด ในการฉีดยาใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นยาอะไรนั้นไม่ควรจะฉีดในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยและไม่ควรจะฉีดกับบุคคลากรที่ไม่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ ซึ่งตัวคนที่ถูกฉีดกลูต้าไธโอนเข้าไปนั้นอาจจะแพ้ตัวกลูต้าไธโอนเอง หรือแพ้สารวัตถุกันเสียที่อยู่ในตัวยา ซึ่งถ้าคนที่แพ้มากๆ แล้วได้รับยาไปในปริมาณมากๆ อย่างรวดเร็วอาจจะทำให้เกิดการช็อก อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งมีรายงานในต่างประเทศว่ามีคนเคยฉีดกลูต้าไธโอนแล้วไตวาย ซึ่งทางองค์การอาหารและยา หรือ อย.ของประเทศไทยไม่รับรองการฉีดกลูต้าไธโอน

กลูต้าไธโอนในรูปแบบของการรับประทานนั้น ทางอย.ของประเทศไทยนั้นอนุญาต แต่ว่าก็ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ที่แต่ละโดสไม่เกิน 250 มิลลิกรัม ซึ่งในการทานที่เหมาะสมก็คือวันนึงไม่ควรเกิน 500 มิลลิกรัม และให้แบ่งทานโดยต่อหนึ่งครั้งไม่ควรเกิน 250 มิลลิกรัม ซึ่งการทานเป็นระยะเวลานานๆ นั้นยังไม่มีรายงานว่าเป็นอันตรายใดๆ และมีการวิจัยของทางคณะแพทย์ศาสตร์จุฬา โดยใช้นิสิตแพทย์ 60 คน เป็นอาสาสมัครทานกลูต้าไธโอน โดยให้ทานเวลาเช้าเป็นปริมาณ 250 มิลลิกรัม เวลาเย็น 250 มิลลิกรัม ทานต่อเนื่องไปประมาณ 4 อาทิตย์ ก็พบว่ามีสีผิวขาวขึ้นจากการวัดด้วยเครื่องตรวจค่าสีผิว

คนที่รับประทานกลูต้าไธโอนอย่างปลอดภัยนี้ไม่ใช่ว่าจากผิวดำมาเป็นผิวขาวจั๊ว แต่ก็จะมีผิวที่ขาวขึ้นมาได้ประมาณ 2 เลเวล คือผิวจะดูสว่างขึ้นได้ด้วยการที่เม็ดสีผิวชนิดน้ำตาลดำนั้นจะน้อยลง แล้วเม็ดสีผิวชนิดน้ำตาลอ่อนอมชมพูมันมากขึ้น คือดูผิวใสและผ่องขึ้น

ที่มาจากรายการสโมสรสุขภาพ


ปรับผิวขาวขึ้น สุขภาพดี
รับเม็ดสีเมลานิน ด้วยกลูต้าแท้จากประเทศญี่ปุ่น
ลดสิว และ ปัญหาผด ผื่น
ช่วยลด และ ป้องกันปัญหา ฝ้า
ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอยช่วยลดปัญหาผิวด่าง กระด้าง
คืนความชุ่มชื่น ให้ผิวเด้งอิ่มน้ำ ดูขาวใส มีออร่า
รอยหลุม แผลเป็น จากสิวดูตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวลื่น นุ่ม น่าสัมผัส


ที่จริงแล้วกลูต้าไธโอนเป็นสารมหัศจรรย์ที่ดีมากๆ ร่างกายของคนเราทุกเซลล์ ทุกอวัยวะสามารถสร้างเองได้ทั้งหมด ร่างกายของคนเราเป็นโรงงานผลิตกลูต้าไธโอนด้วยตัวเอง สิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างเอง โดยที่อวัยวะของคนเรา 3 อย่างที่มีกลูต้าไธโอนเยอะที่สุดคือ ตับ ไต และปอด ร่างกายของมนุษย์สามารถสร้างกลูต้าไธโอนขึ้นมาได้เองจากโปรตีนหรือกรดอะมิโน

ในร่างกายของเด็ก ของคนที่แข็งแรง หรือคนที่มีอายุยืน จะมีปริมาณกลูต้าไธโอนที่มาก และจะมีการผลิตกลูต้าไธโอนลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น หน้าที่หลักของกลูต้าไธโอนมีดังนี้
1. เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
2. ฆ่าเชื้อโรค
3. กำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย

การเพิ่มกลูต้าไธโอนให้กับร่างกายได้โดย
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
3. รับประมานอาหารให้ครบ 5 หมู่
4. ไม่เพิ่มสารพิษให้กับร่างกาย เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เสพย์สารเสพติด หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน มลภาวะต่างๆ รับประทานผักผลไม้ที่ปลอดยาฆ่าแมลง หรือล้างให้สะอาดก่อนบริโภค

ที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากแก่ก็คือ กลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่ง มากกว่าวิตามินซี หรือวิตามินอีหลายเท่า จึงสามารถช่วยชะลอวัย ช่วยทำให้ผิวเสื่อมสภาพช้า

กลไกการทำให้ผิวขาวของกลูต้าไธโอนก็คือ มันไปกดการสร้างเม็ดสี ทำให้มีผิวที่ขาวขึ้น จึงมีการนิยมนำกลูต้าไธโอนมาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวมากมาย ซึ่งเป็นเพียงการนำผลข้างเคียงของมันมาใช้เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วกลูต้าไธโอนมีประโยชน์หลักคือการช่วยชะลอวัยและชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ทั้งร่างกายอีกด้วย

การนำกลูต้าไธโอนมาใช้ด้วยการทานั้นไม่ช่วยเท่าที่ควร เนื่องจากโมเลกุลของกลูต้าไธโอนไม่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายทางผิวหนังได้ ส่วนการฉีดกลูต้าไธโอนเข้าร่างกายนั้น เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก จะต้องฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและในสถานที่ๆ ปลอดภัย เพราะอาจทำให้เกิดความดันต่ำจนเกิดอาการช็อคได้

สำหรับการกินกลูต้าไธโอนนั้น ตัวเม็ดยากลูต้าไธโอนเป็นสารตั้งต้นเพื่อให้ร่างกายสร้างกลูต้าไธโอนออกมา และเนื่องจากกลูต้าไธโอนเป็นสารที่ไม่คงตัว ถ้าจะรับประทานให้ได้ผลต้องกินเช้าเย็น กินนานๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งกลูต้าไธโอนก็เหมือนกับอาหารหรือยาทุกประเภทที่ไม่ควรกินติดต่อซ้ำกันนานจนเกินไป เมื่อกินกลูต้าไธโอนจนได้ผลเป็นที่พอใจก็ควรหยุดยาเพื่อพักอวัยวะอย่างตับหรือไตบ้าง

ตัวช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างกลูต้าไธโอนได้ดี


ปรับผิวขาวขึ้น สุขภาพดี
รับเม็ดสีเมลานิน ด้วยกลูต้าแท้จากประเทศญี่ปุ่น
ลดสิว และ ปัญหาผด ผื่น
ช่วยลด และ ป้องกันปัญหา ฝ้า
ต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอยช่วยลดปัญหาผิวด่าง กระด้าง
คืนความชุ่มชื่น ให้ผิวเด้งอิ่มน้ำ ดูขาวใส มีออร่า
รอยหลุม แผลเป็น จากสิวดูตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวลื่น นุ่ม น่าสัมผัส


มิถุนายน 29, 2017, 01:04:07 AM
ตอบกลับ #5
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 ผีและปีศาจชื่อกระฉ่อน!
10 ผีและปีศาจชื่อกระฉ่อน
1. กษัตริย์แฮมเล็ต
แม้จะมีผีปรากฏอยู่ในบทละครของ วิลเลียม เช็กสเปียร์ หลายตนจากหลายเรื่อง แต่กษัตริย์แฮมเล็ต เหมือนจะรู้จักกันดีที่สุดในนาม‘ผีของบาร์ด’ และเป็นส่วนประกอบสำคัญใน ‘Hamlet’ เพราะถึงแฮมเล็ตจะเป็นศูนย์กลางของเรื่องเหมือนชื่อเรื่อง แต่ถ้าหากขาดผีพ่อของเขา มันก็คงไม่มีเรื่อง

2. ฟลายอิ้งดัตช์แมน
ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน เป็นเรือเมื่อศตวรรษที่ 17 ตามคำกล่าวของนักเดินเรือมักปรากฏเป็นแสงแปลกๆ หากใครเจอนั่นคือลางร้ายหายนะจะมาเยือน ตามตำนานเล่าว่าเรือลำนี้และลูกเรือโดนสาปเพราะกัปตันไม่ยอมรับลูกเรือและผู้โดยสารที่กำลังโดนพายุถล่ม แม้จะร้องขออ้อนวอนอย่างไรก็ตามเลยทำให้พระเจ้าไม่พอใจ สาปให้กลายเป็นเรือผี ตามรายงานบอกว่าเคยมีคนพบแถวนอกชายฝั่งแอฟริกาใต้เมื่อปี 1923 และยังเห็นกันจะจะในหนัง ‘Pirates of the Caribbean’ อีกด้วย

3. แม่มดเบลล์
ตำนานผีคลาสสิกของชนอเมริกันที่เกิดขึ้น 2 ครั้ง แถวฟาร์มของ จอห์น เบลล์ ในเทนเนสซี ระหว่างปี 1817 และ 1821 เมื่อนายเบลล์ได้ยิงสัตว์แปลกๆ ตัวหนึ่งที่เข้ามาในฟาร์มแต่มันก็หายวับไปก่อน หลายสัปดาห์ต่อมาครอบครัวของเขาก็โดนผีสิง มีเสียงประหลาดๆ เขย่าบ้านจนสั่น และทำร้ายลูกสาวของเขา นักเขียนบางรายบอกว่าแม่มดเบลล์ อย่างที่ใครๆ เรียกเป็นเรื่องจริง แต่ก็อีกฟากก็บอกมีพยานน้อยไปจนยากจะเชื่อ

4. แคสเปอร์
เด็กๆ กลัวผีกันทั้งนั้นแต่ผีเด็กนาม ‘แคสเปอร์’ จากหนังสือการ์ตูนของฮาร์วี คอมิก แตกต่างออกไป เพราะเขาก็เป็นผีเหงาๆ ไม่ค่อยจะมีเพื่อน เนื่องจากใครเห็นเป็นเผ่นไปหมดแคสเปอร์เลยต้องหาเพื่อนใหม่ๆ อยู่เสมอเคยถูกสร้างเป็นหนังคนแสดงกับแคสเปอร์ซีจีเมื่อปี 1995 จนโด่งดังและต้องมีภาคต่อตามมาในรูปของหนังวิดีโอ

5. บลัดดี แมรี
หากท่องชื่อนี้ 3 ครั้ง เด็กๆ จะได้เจอผีเพราะตำนานพื้นบ้านบลัดดี แมรี คือหญิงโหดที่ฆ่าลูกตัวเองเมื่อนานมาแล้ว ถ้าอยากเจอเธอก็แค่เข้าไปในห้องน้ำ ปิดไฟ ยืนมองที่หน้ากระจก กล่าวชื่อเธอ 3 ครั้งเท่านั้นเอง ใครอยากลองก็เรียนเชิญ

6. ผีโรงละครดรูรี เลน
มีโรงละครมากมายหลายโรงแถวโคเวนท์ การ์เดน ในเขตเวสต์เอนด์ ของลอนดอน ละครหลายเรื่องเปิดแสดงแถวนี้มากว่า 300 ปี นักแสดงมากมายเกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องผีๆ ด้วย เพราะที่ ดรูรี เลน ลือกันว่ามีผีหลายตนสิงสู่ รวมถึงผีเหล่านักแสดง โด่งดังชวนขนหัวลุกสุดๆ ต้องยกให้ ‘ผู้ชายชุด
เทา’ หรือผีในสภาพของขุนนางติดดาบ

7. ผีนักโบกรถ
มีตำนานมากมายเกี่ยวกับผีที่ชอบมาโบกรถให้รับไปด้วย ก่อนจะหายไป เช่นเรื่องหนึ่งที่มีสองสามีภรรยากำลังขับรถตอนกลางคืน ไม่แถวมอนตานา ก็มินนิโซตา แล้วเจอเด็กหญิงตีนเปล่ากับผ้าคุมไหล่สีเขียวยืนโบกอยู่ข้างทาง แล้วสองคนก็รับเธอขึ้นมา เธอไม่พูดจาอะไร จนใครคนหนึ่งถามถึงบ้านของเธอ เด็กหญิงก็ชี้มือไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปและพอเลี้ยวรถจะไปทางนั้น เด็กหญิงก็หายวับไปเลย

8. ผีคริสต์มาส
ใน ‘A Christmas Carol’ นิยายชื่อดังของ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ ‘เอบีเนเซอร์ สครูจ’ ผู้ใจดำได้เปลี่ยนหัวใจตัวเองเพราะผีคริสต์มาสจากอดีตที่แสดงให้เห็นคริสต์มาสจากช่วงต่างๆ ในชีวิตของเขา และก็เหมือนกับผีอีกหลายตนที่วันๆ ไม่ได้เอาแต่แหกตาหลอกคนแต่ยังให้บทเรียนถึงมิตรภาพกับชีวิตคนเป็นๆ ได้เหมือนผีในเรื่องนี้

9. ฆ่าพ่อค้าเร่
วันหนึ่งในช่วงต้นยุค1840 ที่ไฮเดสวิลล์ ในนิวยอร์ก มีพ่อค้าเร่มาขายอุปกรณ์ในครัวให้ที่บ้านของนายและนางเบลล์ คนใช้หญิงจึงเชิญเขาเข้ามาในบ้าน และขอให้พักอยู่นั่นสัก 2-3 วัน จากนั้นเธอก็หายไปไม่มาทำงาน จนต่อมาอีกเป็นสัปดาห์ เธอก็กลับมาทำงานที่บ้านผัวเมียเบลล์อีก ก่อนจะโดนผีหลอก เพราะในครัวมีแต่อุปกรณ์ที่พ่อค้าทิ้งเอาไว้ ส่วนตัวเขาหายไปแล้ว โดยหญิงคนใช้ไม่รู้ตัวเลยว่า เธอฆ่าเขาไปแล้วโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวแต่ก่อนจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง ขอบอกว่าขี้ฮกทั้งเพ เพราะสองพี่น้อง แม็กกี กับเคที ฟ็อกซ์ ที่อ้างว่าสามารถติดต่อกับวิญญาณได้ ยอมรับในเวลาต่อมาว่าเรื่องทั้งหมดล้วนแหกตารวมถึงเรื่องฆ่าพ่อค้าอะไรนี่ก็ด้วย

10. สลิมเมอร์
ผีสีเขียวตัวป้อมๆ ลอยไปลอยมาอยู่ในหนัง‘Ghostbuster’ ทั้งฉบับคนเป็นๆ และหนังการ์ตูนทีวี แถมยังโด่งดังจนได้เลื่อนขั้นเป็นดารานำในการ์ตูน ‘The Real Ghostbusters’ พิสูจน์อีกครั้งว่าผีกับเด็กเข้ากันได้ดี และโดยไม่ต้องหน้าตาน่ารักแบบแคสเปอร์ด้วย

สยองขวัญ

จัดอันดับ
มิถุนายน 29, 2017, 01:04:20 AM
ตอบกลับ #6
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

5 ตำนานผีไทย
5 ตำนานผีไทย

เราเห็นเรื่องราวต่างๆมากมายในละคร ในภาพยนตร์เกี่ยวกับผี แต่ไม่เคยรู้จริงๆว่า ผีที่เราได้เห็นนั้น มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรบ้าง ฉะนั้นเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมเลยจัดหาตำนานผีไทยที่ทุกคนรู้จัก เรามาหลอนกันเลยดีกว่า

ผีพราย
จริงๆแล้วผีพราย คนในอดีตจะบอกว่าเป็นผีที่เป็นผู้หญิงที่ตายเพราะการคลอดลูก หรือว่าตายหลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน บางคนก็บอกว่าผีพรายเป็นคนแก่ที่ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดิน พออยู่คนเดียว ก็จะมีแรงไปหาของดิบของคาวกิน พอมีคนมาก็ไร้เรี่ยวแรงอย่างเดิม และก็มีความเชื่อกันอีกว่าผีพรายเป็นผีที่แปลงร่างเป็นสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะเป็นนกเค้าแมว แถมว่ากันว่าถ้าบ้านไหนมีคนป่วย แล้วมีนกเค้าแมวมาเกาะบริเวณบ้าน คือผีพรายกำลังมาทำให้คนป่วยนั้นเสียชีวิตโดยเร็ว แต่ในปัจจุบันทุกคนจะรู้จักผีพราย ที่มีรูปร่างเหมือนคนอยู่ในน้ำ มีเนื้อเปื่อย ซีด ตัวเขียวคล้ำ เนื้อตัวเป็นเมือกลื่น เหม็นและเน่า ใครไปบริเวณแหล่งน้ำ ก็ระวังให้ดี หากได้กลิ่นเหม็น แล้วเห็นคนอยู่ในน้ำ นั้นแหละคุณเจอแล้ว ผีพราย!!

ผีกระสือ
หลายคนรู้จักกันดีกับผีประเภทนี้ มักจะอยู่ในร่างของผู้หญิงแก่ ความหลอนอยู่ที่จะมีแค่หัวกับตับไตไส้ เท่านั้น คนในอดีตบอกไว้ว่า กระสือมีทั้งหญิงและชาย ผีกระสือจะชอบมากเมื่อมีคนคลอดลูก ตกดึกก็จะตามหากลิ่นนั้นแล้วกินตับไตไส้พุงของคนคลอด จึงทำให้คนในอดีตต้องมีต้นที่มีหนามไว้รอบบ้าน และใต้ถุนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้กระสือเข้ามา เพราะกะสือจะกลัวหนามไปเกี่ยวเอาไส้ของตัวไป
ว่ากันอีกว่า กระสือชอบกินของเน่าด้วยรวมถึงอุจจาระ หลังจากอิ่มเรียบร้อย ก็จะลอยไปหาผ้าที่ชาวบ้านตากไว้ แล้วเช็ดทิ้งร่องรอยคราบสกปรก บางทีก็จะหาโอ่งเก็บน้ำที่ชาวบ้านลืมปิดฝา เอาหน้าไปจุ่มแล้วทิ้งน้ำลายลงไป ใครคนไหนโชคร้ายกินน้ำที่มีน้ำลายกระสือไปก็จะกลายเป็นทายาทกระสือคนต่อไปทันที ระวังไว้นะ ใครชอบกินน้ำไม่ดูให้ดีๆ ระวังจะกลายเป็นกระสือ

ผีกระหัง
ว่ากันว่าผีกระหังมีลักษณะคล้ายผีกระสือ จะเรียกกระสือที่เป็นผู้ชายว่า กระหัง เพราะกระหังชอบกินของ คาวๆดิบๆ และพวกอุจจาระด้วย แต่รูปร่างจะไม่คล้ายกระสือตรงที่ว่า กระหังบินได้โดยใช้กระด้งติดกับแขน แล้วก็มีสากตำข้าวเป็นหาง มีกบ เขียด คางคก เป็นอาหารโปรด คนในอดีตบอกว่าคนที่เป็นกระหัง ก่อนจะเป็น จะเป็นคนที่ชอบเล่นไสยศาตร์ พวกอาคมแรงๆ แต่รับมือไม่ไหวของเข้าตัวจึงกลายเป็นกระหัง เห็นแบบนี้แล้วใครที่ชอบหากินกลางคืน กินพวกกบ พวกเขียด คุณอาจจะเป็นกระหังแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะเอออ

ผีปอบ
ทุกคนจะรู้จักในบทบาทที่ผีปอบชอบกินของสดคาว ล้วงไส้ของคนมากินสดๆบ้าง กินไก่ดิบบ้าง แต่คนในอดีตบอกว่า ผีปอบเป็นแค่ความเชื่อ เชื่อว่าคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เคยอิ่ม โดยเฉพาะชอบกินของดิบ บ้างก็บอกว่าเป็นพวกที่เล่นคุณไสย จนของเข้าตัว ทำให้ถูกผีสิง เรียกว่าปอบ แล้วผีจะกินตับไตไส้พุงจนตาย เรียกว่านอนไหลตาย บางตำรายังบอกอีกว่าเป็นผีที่เข้ามาสิงคนเพื่ออาศัย และแลกเปลี่ยน หมายถึงคนที่ชอบเล่นคุณไสย ให้ผีมาอาศัยร่างแล้วไปหักคอเป็ด คอไก่ แล้วกินเพื่อเซ่นไหว้ ฮืมมม ได้ยินแบบนี้แล้วก็ขนลุกเนาะ

ผีเปรต
ยกผีเปรตเป็นผีในตำนานเลย เพราะทุกคนจะได้ยินเรื่องราวมากมายของผีเปรต ซึ่งเปรตคนไทยมีความเชื่อว่า ใครที่ชอบทำร้ายพ่อแม่ ตายไปจะกลายเป็นเปรต เปรตจะหิวโหยตลอดเวลา ถ้าไม่มีใครอุทิศของให้ เปรตก็จะกินเนื้อ กินหนองของตัวเองแทน

ปากเปรตจะเท่ารูเข็ม ตัวสูงยาวเท่าต้นไม้ ผอมแห้ง มือเท่าใบตาล เปรตจะแปลว่าผู้ที่ตายไปแล้ว แล้วคนมักจะเปรียบเทียบเปรตกับคนที่ชอบขอคนอื่นกินด้วยความหิวโหย

จบไปแล้วกับ 5 ตำนานที่ชวนขนหัวลุก อาจจะไม่น่ากลัว แต่รู้ไหมว่า ตำนานพวกนี้มีแง่คิดสอนให้เราทำความดีทั้งนั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าความจริงเป็นอย่างไร สุดท้ายนี้ ผีไทยไม่ได้มีแค่นี้ คุณอาจจะเจอผีแบบอื่นก็ได้ ตอนนี้ เวลานี้ ใครจะไปรู้ ว่าคุณกำลังอยู่กับใคร…คนนั้น!
ขอบคุณที่มาจาก picnic.ly/2017/01/thai-ghost-stories

จัดอันดับ
สยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
มิถุนายน 29, 2017, 01:04:35 AM
ตอบกลับ #7
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เรื่องราวของประสบการณ์ประหลาด จิตวิญญาณ ภูต ผี ปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ผี ขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายคนคงหยุดนิ่งพร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวูบ เพราะไม่อยากเจออย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะหลายคนก็เคยสัมผัสความสยอง จนถึงขั้นเอามาเล่าสู่กันฟังแบบสดๆ หน้าไมค์ในรายการเดอะช็อค รายการวิทยุสดที่นำเสนอ เรื่องผี วิญญาณและสิ่งเร้นลับ โดยเปิดสายให้คนทางบ้านมาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเอง รายการนี้มีดีเจที่เชี่ยวชาญเรื่อง ผี ชื่อดังอย่างพี่ป๋อง กพล ทองพลับ และทีมงานที่ดำเนินรายการตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมากับเรื่องเล่านับหมื่นเรื่อง และบางเรื่องยังโด่งดังขนาดนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อีกด้วย เรื่องที่ถูกเล่าในรายการเดอะช็อคเรื่องใดที่เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มาดูกัน

อันดับที่ 10 ลองของผีที่บ้านร้าง
เรื่องนี้แฟนรายการเดอะช็อคชื่อคุณต้นไปลองของที่บ้านร้างแถวชานเมืองที่หนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่ปล่อยร้างไว้นานมาก เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น คุณต้นไปลองของกับเพื่อนประมาณ 6-7 คน ขับรถกระบะกันเข้าไป พอขับเข้าไปถึงที่บ้านหลังนี้ ทุกคนกลับมีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปแล้ว รู้สึกกลัวกัน เพราะด้วยบรรยากาศด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ด้วยที่ว่าตัดสินใจมากันแล้วก็ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน ก็ขึ้นไปกัน พอขึ้นไปปุ๊บ ที่ข้างหน้าประตูเนี่ยมันล็อค มันเข้าไม่ได้ ก็เลยพยายามปีนขึ้นไปบนชั้นสอง ตอนแรกเพื่อนคุณต้นปีนขึ้นไปก่อน ปรากฏว่าเพื่อนรีบกระโดดลงมาจากชั้นสองแล้วบอกว่ากลับกันดีกว่า คุณต้นเห็นอาการของเพื่อนแทนที่จะกลัว กลับอยากรู้ว่าเพื่อนไปเห็นอะไร ก็เลยขึ้นไปดูบ้าง พอขึ้นไปคุณต้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฟากหนึ่งของห้องที่มีกระจกไฟเบอร์กลาสกั้นอยู่ คุณต้นก็คิดว่าตัวเองตาฝาด ก็ขยี้ตาก็ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเลื่อนมาอยู่ที่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ก็รีบวิ่งลงมาหาเพื่อนที่รออยู่และพากันกลับ พอออกรถก็รู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ที่ล้อรถ ก็ลงมาดูกัน พอหยิบดูก็พบว่าเป็นเส้นผมกระจุกใหญ่ แถมตอนออกมาที่ทางออกของหมู่บ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งก็ยืนขวางทางอยู่อีกด้วย ก็ขับฝ่าออกมากันด้วยความระทึก

อันดับที่ 9 บ้านเราเองแท้ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง เป็นเรื่องของพี่กุ้งที่โทรมาเล่าให้ฟัง พี่กุ้งนี่ไปเรียนต่างประเทศมาซึ่งที่บ้านเขานี่ค่อนข้างจะมีตังค์ ก็เป็นบ้านใหญ่ คุณพ่อเขาเนี่ยปลูกบ้านไว้หลายหลัง ก็พอกลับไป พ่อเขาก็ยกบ้านหลังนี้ให้อยู่ พอไปอยู่แรกๆ ก็เจอเลย ในบ้านจะมีเตียงนอนที่ไปซื้อมือสองมา เป็นเตียงไม้ใหญ่ๆ แล้วในตอนที่นอนนี่เหมือนมีผู้ลายคนหนึ่งมายืนอยู่ปลายเตียง แล้วก็บอกว่าเอาที่กูคืนมา บอกอย่างนี้อยู่หลายคืน แล้วทีนี้พอคืนหลังๆ เนี่ยหลังจากผู้ชายแล้วก็มีผู้หญิงเข้ามาด้วย ผีผู้ชายจากที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็เริ่มมานั่งคร่อมบนตัว แต่ผีผู้หญิงนี่แปลก ไม่ได้ยืนใกล้ๆ แต่ยืนอยู่ที่หน้าห้อง ตาแดงๆ และชี้หน้าด้วยความโกรธ ใส่ชุดคลุมท้องด้วย ซึ่งพี่กุ้งจะเจอผู้หญิงคนนี้บ่อยมาก จนทนไม่ไหวไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อเขาก็เลยนิมนต์พระมาทำพิธี หลังจากทำพิธีแล้ว ผีผู้ชายหายไป เหลือแต่ผีผู้หญิง ซึ่งไม่ยอมไปซะที ทั้งๆ ที่ทำบุญให้แล้ว หลังจากนั้นก็เจอหนักขึ้นๆ บางทีนอนๆ อยู่ในห้องแล้วประตูหเองก็เปิดไปเห็นห้องโถงข้างหน้าเห็นผีผู้หญิงยืนชี้หน้าอยู่ ซึ่งในภายหลังน้องของพี่กุ้งได้โทรเข้ามาในรายการบอกว่าเขาพาเพื่อนที่ท้องมาอาศัยที่บ้านหลังนี้เนื่องจากพ่อไม่ยอมรับ แต่ก็เสียชีวิต ตายทั้งกลมอยู่ที่บ้านหลังนี้

อันดับที่ 8 เช่าแสนถูก
พี่ผู้ชายคนที่โทรมาเล่านี้ช่วงนั้นแกฐานะไม่ดีก็เลยไปหาบ้านเช่าถูกๆ แกก็อยู่กับแฟน เวลาที่อยู่บ้านหลังนี้เขาจะเจอกับผีผู้หญิงคนหนึ่ง แบบกำลังเคลิ้มๆ กึ่งหลับกึ่งตื่น ผีผู้หญิงคนนี้จะมาบอกให้ช่วย และสุดท้ายก็บอกว่าถ้าอยากเจอเขาให้ไปดูที่ข้างบ้านสิ พี่ผู้ชายคนนี้ทนไม่ไหวแกเลยไปขุดดูที่ข้างบ้าน ก็พบเป็นศพผู้หญิงคนนั้นนอนคุดคู้อยู่จริงๆ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมโดยชายคนรักที่พอฆ่าเธอแล้วก็ลากศพไปฝังไว้ที่ข้างบ้าน และต่อมาผีผู้หญิงคนนั้นก็มาให้โชคให้พี่เขาถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่อีกด้วย

อันดับที่ 7 ผีเข้ากลางรายการ
วันนั้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อพี่น้ำมนต์ อายุแกก็เยอะแล้วล่ะ แกโทรศัพท์มาเล่าในรายการเดอะช็อค โดยตั้งชื่อเรื่องว่า "เค้าหาว่าเราเป็นผี" คือเหมือนกับว่าตัวของเขาานั้นมีสองร่าง มีตัวเค้าเองกับมีอะไรก็ไม่รู้มาคอยสิงอยู่ พี่เค้าโทรมาเล่าโดยที่ตอนแรกแกก็เกริ่นก่อนนะว่าถ้าเกิดพี่คุยไปแล้วพี่มีอาการอะไรแปลกไปก็อย่าตกใจนะ แล้วแกก็เล่าต่อว่าแกมักจะมีอะไรไม่รู้เข้ามาสิง แล้วช่วงเวลานั้นแกจะไม่รู้ตัว หรือบางทีมีคนเห็นว่าตัวพี่น้ำมนต์นั้นมักจะคุยอยู่คนเดียว คุยกันไปคุยกันมาแต่เป็นสองเสียง เหมือนเป็นการแบ่งบุคลิกกัน จนกระทั่งที่พี่เขาเล่าไปถึงกลางเรื่อง สักพักนึง พี่เขาก็เงียบ แล้วก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ แล้วก็พูดว่าเขาไม่ใช่คุณน้ำมนต์ เขาเป็นพญานาค ที่เข้ามาอยู่ในตัวพี่น้ำมนต์ เพราะพี่เขาเนี่ยเป็นคนที่บาปเยอะ ต้องเข้ามาสิงเพื่อพาไปบำเพ็ญเพียรทำความดีไถ่บาป จนสุดท้ายแกก็เงียบหายไปแล้วก็กลับมาเป็นพี่น้ำมนต์อีกครั้ง

อันดับที่ 6 กระจกโบราณ
เหตุการณ์นี้เกิดที่จังหวัดนนทบุรี ที่อาคารพาณิชย์สี่ชั้นของครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่ คนที่โทรมาเล่านี้ชื่อคุณเปิ้ล คุณเปิ้ลโทรมาเล่าว่าที่บ้านอาคารพาณิชย์หลังนั้นมีพี่สาวกับพี่เขยอาศัยอยู่ แล้วก็หลานอีกสองคนผู้ชายกับผู้หญิง ตัวพี่เขยเนี่ยชอบไปซื้อกระจกเก่าๆ ที่เป็นกระจกโบราณเนี่ยมาเก็บไว้ พอพี่เปิ้ลมาอยู่ด้วยก็มักจะได้ยินหลานชายเค้าซึ่งเป็นโตเป็นหนุ่มวัยรุ่นแล้วคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ทุกคืน ซึ่งพี่เปิ้ลเขาสงสัยมาก พอถามหลานชายว่าคุยกับใคร หลานก็ไม่อยากจะบอกแล้วก็เฉไฉไปโรงเรียนเลย ด้วยความที่อยากรู้พี่เปิ้ลก็เลยเดินขึ้นชั้นสองเพื่อจะไปดูที่ห้องของหลานชาย ระหว่างที่ขึ้นบันไดพี่เปิ้ลก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินจูงมือเด็กแล้วเดินหายเข้าไปในห้องของหลานชาย

อันดับที่ 5 เด็กพิเศษ
เรื่องนี้คนที่โทรศัพท์มาเล่าชื่อว่าคุณกร เขาเล่าว่าช่วงปิดเทอมเขาได้ไปพักที่บ้านญาติที่จังหวัดลพบุรี บังเอิญเขาไปรู้จักกับเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กพิเศษมีชื่อเล่นว่าอ๋อง แต่คนแถวนั้นเขาจะเรียกอ๋องกันว่า "เอ๋อ" ซึ่งบางคนในละแวกนั้นจะค่อนข้างกลัวและไม่อยากให้เข้าใกล้เด็กๆ เพราะคิดว่าอ๋องเป็นคนบ้าสติไม่ดี ครั้งแรกที่กรได้เจอและพูดคุยกับอ๋องนั้นก็เป็นบริเวณหน้าวัดที่อ๋องอาศัยอยู่ ซึ่งกรนั้นพอรู้จักชื่ออ๋องว่าบ้างก็ทักว่า อ้าว อ๋อง ไปไหนๆ คือเด็กพิเศษเวลาที่เขาพูด เข้าจะพูดสั้นๆ อ๋องชี้ไปที่จักรยานแล้วก็บอกว่า มันเสียๆ กรก็ปลอบใจอ๋องและพาอ๋องไปซ่อมรถจักรยานและเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ เมื่อกรสนิทกับอ๋อง ความพิเศษของอ๋องก็ถูกถ่ายทอดมาให้กรรับรู้มากขึ้น

มีอยู่วันหนึ่งคุณกรมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อว่าคุณเก่ง ซึ่งอ๋องกับคุณเก่งไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันมาก่อน พอเก่งมาเยี่ยมหากรที่บ้านและอ๋องก็อยู่ด้วย อ๋องเห็นหน้าเก่งก็ชี้ไปที่หน้าของเก่งแล้วบอกว่า "เมีย" หลังจากนั้นประมาณสองสามชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาถึงคุณเก่งว่าภรรยาของเก่งที่ทำงานอยู่ที่โรงงานเย็บผ้านั้นได้รับอุบัติเหตุโดยจักรเย็บเข้าไปที่มือ ทุกคนในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อ๋องพูดทักเก่งแต่อย่างใด แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดจึงมาเรียบเรียงดูความแปลกประหลาดที่เกี่ยวกับอ๋องนี้ ส่วนเก่งนั้นมีอาชีพที่เกี่ยวกับมูลนิธิอาสาสมัคร พอเก่งไม่ว่างต้องดูแลภรรยาเลยวานให้กรนั้นไปทำหน้าที่แทนระยะหนึ่ง โดยให้ทำงานคู่กับชาติที่เป็นคู่หูอาสาสมัครของเก่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อไปถึงพบว่าเป็นเหตุการณ์รถพ่วงชนกับรถกระบะ แล้วรถกระบะก็ไถลไปชนกับมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง จากเหตุการณ์นีเทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิตและหัวขาดหาหัวไม่เจอ กรกับชาติก็ลงไปช่วยกันหาหัวของศพตรงบริเวณที่เกิดเหตุ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สักพักอ๋องก็พูดออกมาว่าล้อๆ กรเอะใจจึงเอาไฟฉายไปส่องหาที่ล้อรถบรรทุก ก็พบว่าหัวของศพติดอยู่ที่ร่องล้อจริงๆ ก็แปลกใจกันว่าอ๋องรู้ได้ยังไง

จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด วันหนึ่งกรไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนและฝากสร้อยทองไว้กับอ๋องที่นั่งเล่นอยู่ข้างสนาม พอเตะบอลเสร็จก็เดินมาข้างสนามตรงที่อ๋องอยู่ก็พบว่าอ๋องหายไปไหนก็ไม่รู้ ซึ่งตัวคุณกรนั้นก็ไม่ได้คิดว่าอ๋องจะขโมยทองไปหรืออะไร เพียงแต่สงสัยว่าอ๋องหายไปไหนเท่านั้น จนกระทั่งกรต้องมาเข้าเวรของมูลนิธิพร้อมกับชาติ ระหว่างที่นั่งรถตรวจตรากันอยู่นั้นก็เจอเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างถนน พอขับรถเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นอ๋องที่ตัวเปียกอยู่ พอเข้าไปถามอ๋องก็บอกว่าหนาว ก็เลยพาตัวอ๋องมาเพื่อที่จะไปส่งที่บ้าน พอขับรถไปได้สักพักหนึ่ง อ๋องก็ทุบรถแล้วบอกให้หยุด พอจอดรถได้สักพักหนึ่ง ข้างหน้าก็เกิดเหตุการณ์รถสิบล้อชนประสานงากับรถบัสต่อหน้าต่อตากร ชาติ และก็อ๋อง พอช่วยเหลือเก็บกวาดอุบัติเหตุนี้แล้วก็เดินกลับกันมาที่รถ อ๋องก็ไม่อยู่ซะแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอ๋องคงจะเดินกลับบ้านไปเอง

พอรุ่งเช้ากรก็มานั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน และเปิดดูช่องเก็บที่กรมักจะเอาขนมมาใส่ไว้ให้อ๋องกิน ก็พบกระดาษทิชชู่ที่ห่อสร้อยทองที่กรฝากอ๋องตอนเตะบอล สักพักหนึ่งมีคนวอแจ้งว่ามีคนจมน้ำตาย พอกรขับรถไปดูก็พบว่าศพที่จมน้ำเป็นศพของอ๋องที่คาดว่าน่าจะตายตั้งแต่ตอนที่กรเตะบอลอยู่ เพราะช่วงเวลานั้นมีกลุ่มเด็กเล่นน้ำอยู่แล้วมีเด็กคนหนึ่งจมน้ำ อ๋องก็โดดลงไปช่วยทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นและเพิ่งจะพบศพตอนเช้านี้เอง

อันดับที่ 4 แฟนเก่า
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งโทรมาเล่า เรื่องของเรื่องเขามีแฟนแล้วก็มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ค่อยพูด และเนื่องจากเป็นช่วงที่ย้ายที่ทำงานใหม่จึงสนใจแต่เรื่องงานเพราะอยู่ในช่วงทดลองงาน แต่ตัวผู้ชายก็พอรู้อยู่บ้างว่าแฟนสาวของเขานั้นกินยาเยอะมาก พอถามแฟนเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่วิตามินบำรุงธรรมดา ตัวเขาก็ไม่ได้จะซักไซร้อะไรมากเพราะด้วยความที่ก็ยุ่งเรื่องงาน ก็ได้แต่บอกว่าตัวเองจะกินอะไรมากมายเนี่ย เดี๋ยวจะติดเอานะ จนมาช่วงหนึ่งตัวผู้ชายนั้นทำงานหนักมาก จนนอนที่ออฟฟิศเลย อยู่ไปเรื่อยๆ เขาเอะใจว่าพักนี้แฟนสาวของเขาไม่โทรมาหาเลย โทรไปก็ไม่รับสายจนกระทั่งปิดเครื่องไปเลย แต่ในระหว่างนี้เวลาที่เขากลับบ้านจะพบว่าเหมือนกับมีใครมาทำกับข้าวและซื้อของกินไว้ให้เขา แต่สุดท้ายเมื่อติดต่อไม่ได้จึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของแฟน พอไปถึงได้คุยกับพ่อและแม่ของแฟนก็ได้รู้ว่าแฟนเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามอาทิตย์ก่อนเพราะป่วยเป็นลูคีเมีย

เมื่อรู้ว่าแฟนตัวเองตายไปเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วโดยที่ไม่รู้อะไรเลย และด้วยความที่เสียใจที่ไม่ได้ดูแลแฟนเลย แต่ก็ฝืนกลับมาทำงานและใช้ชีวิตต่อให้ได้ เมื่อกลับมาทำงาน เขากลับมีความรู้สึกว่าเหมือนกับมีกับข้าวอยู่ในตู้เย็นยังกับตอนที่แฟนเขายังอยู่ ด้วยความสงสัยเขาเลยไปถามยามกับแม่บ้านที่ดูแลอพาร์ทเม้นต์ว่ามีใครเข้ามาที่ห้องของเขามั้ย ยามกับแม่บ้านก็บอกตรงกันว่า ก็แฟนคุณไง ซื้อกับข้าวมาทำทุกวันเลยแล้วประมาณซักเที่ยงคืนตีหนึ่งแฟนเขาก็กลับ เขาเลยไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนแนะนำว่าถ้าอยากพิสูจน์ว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหนจริง ให้เอาแป้งฝุ่นโรยให้ทั่วห้อง

พอตื่นเช้ามาเขาก็ไปดูที่พื้นก่อนว่ามีรอยเท้ามั้ย ก็พบว่าไม่มีรอยอะไร แต่กลับปรากฏรอยเหมือนมีคนเอาแขนมาพาดไว้บนตัวของเขา พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง ทุกอย่างมันก็เฉลยหมดเลยว่า มีอยู่วันหนึ่งที่เป็นวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง ทุกคนเห้นเหมือนกันหมดเลยว่าแฟนสาวของเขามาด้วยโดยนั่งอยู่ในรถ มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้แน่ใจว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหน สุดท้ายเขาจึงจะบวชให้แฟน จนกระทั่งตอนสึก เจ้าอาวาสก็มาบอกกับเขาว่า โยม ที่โยมมาบวชเนี่ย เขารู้นะ วันที่โยมกำลังจะเดินเข้าโบสถ์ เขามาจับชายผ้าเหลืองโยมอยู่นะ

อันดับที่ 3 กระดานอาถรรพ์
คุณเบิร์ดเป็นคนโทรมาเล่าว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่าพ่อของเพื่อนเสียชีวิต ก็เลยรวมกลุ่มกันจะไปงานศพ บังเอิญว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากทำงานและตรงดิ่งมาที่วัดโดยที่ไม่ได้เตรียมชุดดำมาด้วย เพื่อนคนนี้ก็เดินหายไปสักพักหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับปลอกแขนสีดำ ซึ่งไปแกะมาจากพวงหรีด ด้วยความที่เฮฮากันตามประสาเพื่อนๆ และปากไม่ค่อยเป็นมงคล เพื่อนคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่า งานศพทำไมต้องเป็นกระเพาะปลาวะ ถ้าเป็นงานเรานะจะจัดอาหารให้แบบดีๆ เลย เพื่อนคนอื่นก็ทักกันว่าทำไมพูดอย่างนั้น ก็คุยกันไป ระหว่างที่รอแท็กซี่กันอยู่ ก็หันไปเห็นกระดานงานศพ ด้วยความคะนองก็เลยเขียนชื่อจริง นามสกุลจริงของตัวเองลงไปในกระดานพร้อมวันเผาเสร็จสรรพ ด้วยความที่เขาเป็นคนห้าวๆ กับเพื่อนก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดว่าให้ตรงกับวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเพื่อที่เพื่อนๆ จะได้มางานได้

เวลาผ่านไปสักพักจนวันหนึ่งเพื่อนคนนี้โทรมาคุยกับคุณเบิร์ดว่าพักนี้เขานอนไม่ค่อยหลับและมักจะฝันว่ามีใครก็ไม่รู้พาเขาไปยังสถานที่หนึ่ง เหมือนเป็นศาลาๆ หนึ่ง แล้วที่หน้าศาลาจะมีผู้ชายผมขาวๆ ซึ่งในฝัน เพื่อนได้เข้าไปคุยกับชายคนนี้ แต่ชายคนนี้ก็นั่งเฉยๆ ไม่ยอมพูดจากับเขาเลย คุณเบิร์ดเห็นเพื่อนไม่สบายใจก็เลยชวนให้เพื่อนไปนอนที่บ้านจะได้คุยปลอบเพื่อนไม่ให้คิดมาก จนเวลาผ่านไป มีอยู่วันหนึ่งคุณเบิร์ดได้รับโทรศัพท์จากญาติของเพื่อนคนนี้ว่าเพื่อนล้มหน้าห้องน้ำและอาการหนัก พอไปเยี่ยมก็พบว่าเพื่อนปอดแฟบและสุดท้ายก็เสียชีวิต พอจะจัดงานศพก็หาวัดไม่ได้จนสุดท้ายกลับไปได้วัดเดียวกับที่พ่อของเพื่อนที่ตายก่อนหน้านี้

อันดับที่ 2 สาวชุดดำ
เรื่องสาวชุดดำเนี่ยเป็นเหมือนกับตำนานของเดอะช็อคก็ว่าได้ เพราะมีคนเจอและมาเล่าในรายการค่อนข้างบ่อย ส่วนมากที่จะไปเจอก็จะเป็นถนนเส้นประชาอุทิศ รัชดา ลักษณะที่เจอก็คล้ายๆ กันว่าเป็นผู้หญิงสองคนมายืนรอ เหมือนรอรถ และใส่ชุดสีดำที่เหมือนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวย่านนั้น คนที่เจอและโทรมาเล่าก็จะเป็นแท็กซี่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องที่พีคที่สุดนั้นมีนักเที่ยวคนหนึ่งโทรมาเล่าให้ฟังในรายการ เขาไม่เคยฟังเดอะช็อคมาก่อน เขาเล่าว่าคืนวันที่เจอนั้นเขาไปเที่ยวกลางคืนเสร็จ ขากลับขับรถกลับมาคนเดียว มีผู้หญิงสองคนใส่ชุดสีดำ เหมือนสองคนนี้จะเป็นพี่น้องกันด้วยนั้นโบกรถเขาอยู่ ตามประสาหนุ่มนักเที่ยวเห็นสาวโบกรถก็เลยจอดรับ คนนึงนั่งหน้า อีกคนนั่งหลัง

ระหว่างนั้นเขาก็คุย เท่าที่จำได้คือคนข้างหน้าที่นั่งคู่เขาคุยกันแบบถามคำตอบคำ ส่วนคนข้างหลังนั้นเงียบไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลย จนกระทั่งขับรถมาเกือบจะถึงวัดเสมียนนารีนั้นก็จอดติดไฟแดงและมีรถไฟผ่านมาพอดี เวลาตอนนั้นประมาณตีสามถึงตีสี่ ถนนตอนนั้นเงียบมาก มีรถของเขาจอดติดรถไฟอยู่คันเดียว ระหว่างที่ที่กั้นรถไฟกำลังจะยกขึ้น เขาหันไปดูที่เบาะข้างคนขับก็พบว่าไม่มีใคร หันไปดูที่เบาะหลังก็ไม่มีใครอีกเหมือนกัน มองไปมองมามองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนกระทั่งมองผ่านกระจกไปด้านหน้าก็เจอผู้หญิงทั้งสองคนที่เมื่อกี้นั่งรถของเขาอยู่ ไปนอนคลานอยู่ที่รางรถไฟ โดยที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวขาดครึ่งท่อน และอีกคนพยายามตะเกียกตะกายมาหา เขาตกใจมากสลบคารถไปเลย พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลโดยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ามีตำรวจมาส่ง และทุกวันนี้เขาเป็นโรคหัวใจ ผีสาวชุดดำที่กลายเป็นตำนานนั้นเพราะไม่ได้มีคนเห็นเพียงแค่คนเดียว มีแท็กซี่เจอผู้หญิงสองคนนี้บ่อยมาก มีการให้เงินโดยสารกันจริงๆ พอมาเปิดดูเงินก็กลับกลายเป็นเศษใบไม้ ดอกไม้จันทร์

อันดับที่ 1 ผีช่องแอร์
เป็นเรื่องจากแฟนรายการคนหนึ่งชื่อว่าคุณบิว เป็นนักดนตรี วันหนึ่งเขาไปเล่นดนตรีที่หาดใหญ่ พอเล่นเสร็จก็กลับมาที่ห้องพักของโรงแรม ก็นั่งสังสรรค์ดื่มกินกันเหมือนทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรีด้วยกัน มีเพื่อนคนหนึ่งเดินมาแถวๆ หน้าประตู ที่ข้างบนเป็นช่องแอร์ที่ไม่มีฝาปิด เพื่อนคนนี้ก็ยืนมอง คนอื่นก็ถามว่ามองอะไรวะ เพื่อนคนนั้นกลับไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกจากห้องไปเลย เพื่อนอีกคนสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นเป็นอะไร เมาหรือเปล่า ก็เลยเดินออกไปตามดู ก่อนออกจากห้องก็แหงนมองดูที่ช่องแอร์นี้เพราะเห็นเพื่อนมองก็เลยมองบ้าง พอแต่ละคนมองก็มีอาการเหมือนกันหมดคือพอแหงนมองช่องแอร์นี้ปุ๊บก็เดินออกจากห้องไปทันที จนสุดท้ายเหลือแต่คุณบิวคนที่โทรมาเล่า แกสงสัยว่าเป็นอะไรกันไปหมด แกก็เลยเดินออกมาดูบ้าง

พอเดินมามองเขาก็เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเบียดตัวเองอยู่ในช่องแอร์นี้แล้วห้อยหัวลงมา เขาก็รีบเดินออกมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมก็พบว่าเพื่อนๆ นั้นนั่งรอกันอยู่แล้ว แต่ความน่ากลัวของเรื่องเล่านี้อยู่ตรงที่ กลุ่มเพื่อนๆ ที่เจอผีช่องแอร์ในวันนั้นได้ทยอยกันตายเรียงลำดับตามคนที่เจอก่อนจนกระทั่งเหลือคุณบิวกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกแล้ว ส่วนตัวเขานั้นตอนที่เล่าก็บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขานั้นจะตายตามเพื่อนไปวันไหน ซึ่งเมื่อตามไปดูประวัติก็พบว่ามหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนกับจะทำงานขายบริการถูกฆ่าตายที่ห้องนี้ โดยถูกฆ่าตัดหัวแล้วเอาหัวไปซ่อนไว้ในช่องแอร์นี้เพื่ออำพรางศพ

สยองขวัญ
จัดอันดับ
มิถุนายน 29, 2017, 01:15:31 AM
ตอบกลับ #8
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
    • ดูรายละเอียด

10 เรื่องผีชวนขนหัวลุกในโรงพยาบาล ในประเทศไทย
10 เรื่องผีชวนขนหัวลุกในโรงพยาบาล ในประเทศไทย

ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลแล้ว ถือเป็นสถานที่ที่มีคนตายมากที่สุด และแน่นอนว่าพอมีคนตายก็ย่อมต้องมีวิญญาณ มีผี  10 เรื่องผี เรื่องหลอนทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลมาให้ทุกคนได้ขนหัวลุกไปพร้อมๆ กัน!!

10. นักศึกษาแพทย์โดนดี!!
ทุกคนคงจะรู้ดีว่ากว่าจะได้มาเป็นหมอเนี่ย นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องผ่านการเข้าเวรดึกกันมาทั้งนั้น…วันนั้นเวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม นักศึกษาแพทย์ชายคนนึงกำลังจะเดินเปลี่ยนวอร์ด บรรยากาศตามทางเดินไปยังลิฟต์ก็เงียบสงัด ไม่มีแม้กระทั่งคนอยู่แถวนั้น แต่จู่ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาไปยังทางเดินก็พบกับชายใส่ชุดสีกากี เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาส่งของ แต่พอเดินใกล้กันเข้าๆ กลับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว พอมองไปที่ชายคนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทั้งแขน ทั้งไหล และขาไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย!! จนเมื่อเดินสวนกันก็ถึงได้เห็นว่าชายคนนั้นไม่มีขา และกำลังลอยอยู่บนอากาศ!! พอเห็นอย่างนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ โดยก่อนลิฟต์จะปิดชายชุดกากีคนนั้นก็หันหน้ามาและยิ้ม แหยะๆให้

9. ผีหัวขาด ณ ห้องน้ำ
เรื่องนี้เคยเป็นข่าวที่ทำเอาคนอยุธยาไม่กล้าไปโรงพยาบาลกันพักใหญ่ เพราะใครๆ ก็พากันพูดถึงผีหัวขาดกันทั้งนั้น เรื่องมีอยู่ว่าชาวบ้านคนนึงได้ไปเฝ้าพี่สาวที่โรงพยาบาล ซึ่งได้พักอยู่ที่ห้องผู้ป่วยรวมทำให้ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน จากที่สังเกตก็ไม่ได้มีญาติคนไข้ที่เป็นผู้ชายเลย เวลาประมาณ 2 ทุ่ม เธอก็ได้ไปเข้าห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับผู้ชายใส่เสื้อสีชมพู ตัวสูง ซึ่งก็แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ชายมาเยี่ยมไข้ใครเลยแม้แต่คนเดียว จึงได้หันกลับไปมองดูที่เตียงทั้งหลาย แต่พอหันกลับมาก็ทำเอาตกใจแทบจะเป็นลม เพราะ เห็นชายคนเดิมยืนคู่กับหญิงสาวหัวขาด และมือขวาของชายคนดังกล่าวยังหิ้วหัวของหญิงสาวคนนั้นไว้ด้วย!! จึงรีบวิ่งเพื่อไปถามพยาบาล โดยพยาบาลก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่ตอบสั้นๆว่า “อ๋อ..มีคนเจอแบบนี้มาสองรายแล้วค่ะ”

8. เดี๋ยวพี่พาไปส่ง..
เรื่องของสองพี่น้องลูกคุณหมอ ที่ได้ตามพอมาออกเวร ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว ทั้งคู่ก็เบื่อกับการนั่งอยู่เฉยๆ เลยพากันออกมาเดินเล่นแถวๆนั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันคือ ห้องดับจิต!! พอเดินไปเดินมากลับหลงทางหาทางไปห้องของพ่อไม่ถูก จู่ๆ กลับมีผู้หญิงคนนึงใส่ชุดคนไข้เดินเข้ามา บอกว่าจะช่วยพาไปส่งให้ เพราะแถวนี้มันอันตรายผีเยอะ!! ทั้งคู่ก็เดินไปเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นสายสิญจน์ผูกอยู่ที่ข้อมือแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร จนพามาส่งถึงที่ทั้งคู่จึงหันไปขอบคุณผู้ป่วยคนนั้น เธอได้บอกว่าเธอยินดีที่จะช่วย และเหงามาก ถ้าว่างๆ อยากให้ไปคุยเป็นเพื่อนเธอที่ห้อง 139 พอเธอเดินกลับไปทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้อง พยาบาลต่างมองทั้งคู่เป็นตาเดียว แล้วถามว่าเมื่อกี้คุยกับใคร ทำไมไม่เห็นจะมีใครอยู่ตรงนั้นเลย!? พอตอนเช้าจึงได้เล่าให้พ่อฟัง พ่อจึงพาไปที่ห้อง 139 แต่พอไปถึง พยาบาลกลับบอกว่า “คนไข้ห้องนี้เสียไปเมื่อ 2 วันที่แล้วค่ะ”

7. ห้องคลอดสยองขวัญ!!
เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ได้มีเด็กวัยรุ่นพม่าผู้หญิงคนนึงมาคลอดลูกที่โรงพยาบาลนี้ ซึ่งทั้งแม่และลูกก็ปลอดภัยดี แต่ผ่านไป 1 วันก็มีคนพบศพเด็กถูกกดน้ำตายในห้องน้ำ พร้อมกับพม่าคนนั้นที่หายตัวไป…ซึ่งเรื่องราวสุดหลอนก็เกิดขึ้นหลังจาก นั้น เพราะบรรดาแม่ๆทั้งหลายที่มาคลอดลูกที่นี่มักจะเจอดี ทั้งเจอผีเด็กมาดูดนมบ้าง มาร้องไห้ที่ข้างเตียงบ้าง พยาบาลเลยต้องหาวิธีแก้โดยเอาของเล่น และนมมาวางไว้ในห้องน้ำห้องนั้น ซึ่งนานๆที่ก็จะมีคนได้ยินเสียงหัวเราะบ้าง เสียงของเล่นบ้าง ทั้งๆที่ห้องน้ำนั้นไม่มีใครอยู่!!

6. ญาติมาเยี่ยม
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนกลางวันแสกๆ ที่หมอเดินเข้ามากำลังจะเข้าไปตรวจคนไข้ที่ห้องรวม พอเดินเข้ามาก็ต้องชะงักเล็กน้อยกับภาพที่เห็น คือมีญาติคนไข้มาเยี่ยม ซึ่งคนไข้คนนั้นนอนโรงพยาบาลมากว่า 1 เดือนแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีญาติมาเยี่ยม พอเห็นอย่างนั้นหมอจึงได้แต่ยิ้ม และเดินไปตรวจเตียงอื่นๆ พอถึงคิวของคนไข้คนนั้นหมอได้พูดว่า “วันนี้ดีจังเลยนะมีคนมาเยี่ยมด้วย” คนไข้ได้แต่ทำหน้างง และบอกว่าก็ไม่มีใครมาหนิ พยาบาลแล้วนั้นก็งง กันเป็นแถบๆ เพราะยืนยันได้ว่าไม่มีใครมาขอเยี่ยม หมอจึงบอกว่าก็ผู้ชายคนนั้นไง ที่ใส่เสื้อสีฟ้า หน้าตาคล้ายๆคนไข้เลย คนไข้จึงนิ่งไปและบอกว่า นั่นอาจจะเป็นน้องชายของเค้าที่ตายไปแล้ว..ซึ่งตอนจะเผาก็ใส่เสื้อสีฟ้าแบบ ที่คุณหมอบอกเด๊ะๆ!!

5. ณ ห้องชันสูตรศพ
เป็นเรื่องที่ผู้ช่วยแพทย์ชันสูตรศพเจอมากับตัว ซึ่งวันนั้นเป็นเวรดึกของแกที่ดันเป็นวันที่พายุเข้า ฝนตกหนัก จู่ๆ ก็มีเคสผู้หญิงผูกคอตายเข้ามา ตอนนั้นแกทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหมอ ผ่านไป 1 ชม. หมอก็ยังไม่มา ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับไฟก็ดับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของวันฝนตก ผ่านไปสักพักไฟของตึกอื่นก็เริ่มสว่างขึ้น แต่ตึกนิติเวชที่แกอยู่นั้นยังมืดสนิท ด้วยความเบื่อจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีเสียง ก๊อกๆ ดังขึ้น ตอนนั้นก็คิดว่าเป็นหมอ แต่พอไปเปิดกลับไม่เจอใคร เลยคิดว่าอาจจะเป็นพวกโจรมาขโมยศพรึเปล่า พอแกกำลังจะกลับไปนั่งที่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก คราวนี้ดังมาก เหมือนเคาะมาจากห้องเก็บศพข้างๆ จึงตัดสินใจหยิบมีด และเดินไปที่ห้องเก็บศพ ขณะนั้นก็ได้ยินเสียง “ฮือ…ฮือ….” และเสียงกรี๊ดดังลั่นไปทั่วห้อง จึงรีบเปิดประตูเข้าไป พบผู้หญิงกำลังผู้คอตายอยู่เหนือที่วางศพ จึงรีบขึ้นไปตัดเชือกให้ แต่พอตัดเท่านั้นสิ่งที่ตกลงมากับไม่ใช่ร่างคน แต่เป็นหัว!! ที่กลิ้งไปตกอยู่ที่พื้น พอแกมองไปศพตากับหัวนั่น เธอก็พูดขึ้นว่า “พี่…ช่วย หนู ด้วย”

4. เพื่อนข้างเตียง..
เรื่องของคนไข้เด็ก 2 คนที่นอนเตียงตรงข้ามกัน โดยทั้งคู่ต่างก็อยู่โรงพยาบาลมานานหลายเดือน จนมีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตไปก่อนด้วยโรคประจำตัว…หลังจากนั้นไม่กี่คืน ขณะที่หมอ 2 คนกำลังพยายามเจาะเลือดเด็กอีกคนที่ยังมีชีวิตอายุประมาณ 2 ขวบ เขาก็ได้พูดชื่อของเด็กที่เพิ่งตายไปออกมา พูดไม่หยุด หมอเรียก หมอห้ามยังไงก็ไม่ฟัง และขณะที่เรียกตาก็จ้องมองไปยังเตียงตรงกันข้ามที่ว่างเปล่านั้น และพยักหน้า ยิ้มแย้ม เหมือนกำลังพูดคุยกับใครอยู่ เล่นเอาหมอกับพยาบาลขนลุกซู่ เดินหนีไปทำใจเลยทีเดียว

3. นี่มันที่ของหนู
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับชายคนนึง ที่ได้เข้าทำการผ่าตัด จึงทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเค้าก็ได้ขอนอนที่ตึกใหม่ เพราะตึกเก่านั้นมีเรื่องเล่าเยอะมาก พอได้นอนที่ตึกใหม่ วันแรกก็ยังไม่เจออะไร แต่คืนที่สอง ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับไปก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเดินเข้ามาหา ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้อง และพอลืมตาขึ้นก็สบสายตากับเด็กผู้หญิงคนนึงที่ตัวซีดเผือก ใส่ชุดโรงพยาบาล พร้อมกับมองมาที่เขาและพูดว่า “ออกไปนะ นี่ที่ของหนู” พร้อมกับปีนขึ้นเตียงมาจะนอนด้วย ตอนนั้นสติก็ไม่ค่อยมี เลยได้แต่บอกว่าขอนอนคืนนึงนะแล้วจะไป พอพูดจบร่างของเด็กน้อยคนนั้นก็จางหายไป…คืนเดียวกันนั้นทั้งๆที่หลับไป แล้วกลับได้ยินเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น “ซื้อพวงมาลัยมั้ยลุง” ตอนนั้นคิดว่าตัวเองฝัน เพราะโรงพยาบาลนั้นห้ามให้คนขึ้นมาขายของอยู่แล้ว แต่พอลืมตาขึ้น กลับเห็นเด็กชายคนยืนถือพวงมาลัยอยู่ ตัวเต็มไปด้วยเลือด และที่สำคัญขาทั้ง 2 ข้างหายไป!!

2. ระวังปากจะพาซวย!!
คนขับรถส่งต่อของโรงพยาบาลมีหน้าที่ขับรถส่งผู้ป่วยไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งก็มักจะมีเรื่องหลอนๆ เกิดขึ้นเสมอ เหมือนกับครั้งนี้ ที่คนขับรถต้องไปส่งคนไข้ที่บาดเจ็บสาหัส โดยระยะทางค่อนข้างไกล พอไปถึงก็ส่งให้อีกโรงพยาบาลนึงดูแล ซึ่งเวลาผ่านไปประมาณเกือบ 1 ชม. คนขับรถก็ได้รับโทรศัพท์ว่าให้ไปรับศพของคนไข้คนเดิมกลับมา ตอนนั้นเค้าก็เพิ่งจะจอดรถได้ไม่นาน เลยสบถออกมาว่า “ทำไมรีบตายจังวะเนี่ย ตายพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ได้” พอไปรับศพ ขากลับจู่ๆ ก็เห็นชายคนนึงเดินอยู่ข้างทาง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็เกือบจะตี 3 แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร พอขับไปสัก 10 นาทีก็เห็นเหมือนชายคนเดิมเดินอยู่ข้างถนน ตอนนั้นเริ่มใจไม่ดีเลยเหยียบคันเร่งเพราะอยากไปถึงไวๆ แต่ก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน เพราะข้างหน้าคือผู้ชายคนนั้น ที่ยืนชี้มาที่รถและพูดเสียงดังว่า “ด่า กู ทำ ไม!!” ตอนนั้นก็รู้แล้วว่านั่นคือคุณลุงที่นอนอยู่หลังรถ จึงรีบเหยียบคันเร่งหนี ระหว่างนั้นก็มีเสียงทุบ ตีดังอยู่ที่หลังรถตลอดทาง จนรถเกือบจะชน เค้าก็ได้ขอโทษสรรพสิ่งวิญญาณที่ได้ล่วงเกิน จนไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น

1. https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1614199โรงพยาบาลผีสิง[/url]
นี่เป็นเรื่องของโรงพยาบาลร้างที่ว่ากันว่าปิดตัวลงเพราะความเฮี้ยน ขนาดกลางวันแสกยังมีคนเห็นรถเข็นคนไข้แล่นไปมาอยู่หน้าอาคาร บางวันหมาก็หอนกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งเรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นกับคุณป้าคนนึงที่วันนั้นดันกลับบ้านดึกเลยเรียก แท็กซี่เข้าไปในซอย ซึ่งก็คือซอยเดียวกับโรงพยาบาลนั้นแหละ ขับไปพอใกล้จะถึงหน้าโรงพยาบาลแท็กซี่ก็หลบซ้ายกะทันหัน ป้าเลยถามว่าทำอะไรน่ะ!! แท็กซี่เลยบอกว่าก็มีรถพยาบาลตามหลังเกิดไฟขอทางเลยต้องแอบให้ ตอนนั้นป้าขนลุกซู่ เพราะไม่มีทางที่จะมีรถพยาบาลเข้ามาในนี้ เลยบอกว่านั่นมันรถผีสิง แท็กซี่กลัวมากเลยจอดให้ป้าลงตรงนั้น แกจึงต้องเดินเข้าไป พอเดินๆไปก็ได้ยินเสียงคนโหยหวนบ้าง ได้ยินเสียงร้องไห้บ้าง มองเข้าไปในโรงพยาบาลก็เห็นไฟเปิดอยู่!! ทำเอาแกตกใจจนหมดสติ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เหมือนคนสติไม่เต็ม เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ร้องไห้ พอผ่านไปสัก 3-4 วัน แกก็ผูกคอตายในห้องน้ำ…
ที่มา toptenthailand.com

url=http://aucklandcyclechic.com/index.php?topic=66565.0]10 เรื่องผี[/url]ชวนขนหัวลุกในโรงพยาบาล ในประเทศไทย

ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลแล้ว ถือเป็นสถานที่ที่มีคนตายมากที่สุด และแน่นอนว่าพอมีคนตายก็ย่อมต้องมีวิญญาณ มีผี  10 เรื่องผี เรื่องหลอนทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลมาให้ทุกคนได้ขนหัวลุกไปพร้อมๆ กัน!!


  นั่งซากหวาดผวาศพล่อเสือ    เล่าเรื่องสยองขวัญสยองกลางทุ่ง    เล่าเรื่องสยองขวัญคุณแม่เล่าให้ฟัง 
  เล่าเรื่องสยองขวัญบ้านเก่า    เล่าเรื่องสยองขวัญ6ปีไม่เคยลืม    เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ 
  เล่าเรื่องสยองขวัญทำไมไม่บวชให้    เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง    ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ 
  ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร    ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ    มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน 
  เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง    เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง    เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว 
  เล่าเรื่องสยองขวัญลองจนเจอดี    เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี    ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน 
  10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิต    เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม    คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com